search for: ใบไม้เปลี่ยนสี

travel

ชมใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูกาลแห่งความโรแมนติค

ใกล้เข้ามาแล้ว! สำหรับฤดูกาลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ สัมผัสได้ถึงความโรแมนติคด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนจากสีเขียวสู่สีส้ม แดง และเหลืองทองสลับกัน โดยที่ญี่ปุ่นจะเรียกการชมใบไม้เปลี่ยนสีนี้ว่า "Koyo ( 紅葉)" หรือ "Momiji-Gari" และตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวกลางเดือนกันยายนจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี  อาจมีการคลาดเคลื่อนไปบ้างตามสภาพอากาศ

ฮอกไกโด : จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี

ภูมิภาคฮอกไกโด เป็นภูมิภาคเหนือสุดและถือเป็นจุดแรกในการเริ่มต้นของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

1. Daisetsuzan National Park
1. Daisetsuzan National Park
Cr. www.visit-hokkaido.jp
ที่ตั้ง : Kamikawa , Hokkaido

ช่วงเวลาชม : กลางกันยายน-ปลายกันยายน

อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัน เป็น อุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นจุดชมใบไม้แดงที่งดงามที่สุด อยู่ตรงปากทางขึ้นเขา ที่มีชื่อว่า กินเซ็นได  หลังจากที่ชมใบไม้แดงแล้ว ท่านยังสามารถแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้ง เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติที่งดงามของฮอกไกโดได้ด้วย

2. Noboribetsu - Hokkaido
Cr. www.noboribetsu-spa.jp
ที่ตั้ง : Noboribetsu , Hokkaido

ช่วงเวลาชม : ต้นตุลาคม-กลางตุลาคม

โนโบริเบทสึ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะฮอกไกโด มีน้ำพุร้อนหลายประเภทให้นักท่องเที่ยวได้แช่เพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ ซึ่งนอกจากบ่อน้ำพุร้อนแล้ว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ก็สวยงามทีเดียว ทั้งควันร้อนที่พวยพุ่งมาจากบ่อน้ำร้อนและใบไม้สีแดง เป็นอีกภาพความประทับใจ

โทโฮคุ : จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี

ภูมิภาคโทโฮคุ เป็นแหล่งรวมสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น

3. Towadako Lake
Cr: www.tsunagujapan.com
ที่ตั้ง : Towada , Aomori

ช่วงเวลาชม : กลางตุลาคม-ปลายตุลาคม

ทะเลสาปโทวาดา นั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขา สามารถขึ้นเรือท่องเที่ยว เพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของทะเลสาบ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยใบไม้แดง สัญลักษณ์ของทะเลสาบโทวาดาโกะแห่งนี้ คือ รูปสลักสาวงาม(โอโตเมะ โนะโซ) ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ควรพลาด ในการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

 

4. Bandai Azuma Skyline
Cr. www.nihon-kankou.or.jp
ที่ตั้ง : Bandai , Fukushima

ช่วงเวลาชม : กลางตุลาคม-ปลายตุลาคม

Bandai Azuma Skyline เป็นชื่อถนนเส้นทางพิเศษ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการขับรถชมใบไม้แดงเป็นอย่างยิ่ง สูงจากระดับน้ำทะเล 1500 ม. และมีความยาวทั้งสิ้น 29 กม. เชื่อมระหว่างแหล่งน้ำพุร้อนทากายุ ใน เมืองฟุกุชิมะกับเส้นทางขึ้นภูเขาทสึจิยุ จาก จุดชมวิวอาซุมะฮักเก มองลงมาจะเห็นป่าใบไม้แดงที่แสนงดงาม

คันโต : จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี

ภูมิภาคคันโต หลากหลายอารมณ์ หลากหลายเส้นทาง กับการชมใบไม้เปลี่ยนสี

5. Shinkyo Bridge
Cr. www.advphotography.ca
ที่ตั้ง : Nikko , Tochigi

ช่วงเวลาชม : ปลายตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน

สะพานชินเคียว เป็นสะพานไม้ทาสีแดงที่พาดข้ามทางเข้า "ภูเขานิกโก" ที่มีความสวยสดงดงาม ความสวยงามของสะพานชินเคียวนั้นจะสวยที่สุดในยามใบไม้เปลี่ยนสี ประมาณปลายเดือนตุลาคม

 

6. Hitachi Seaside Park
Cr. www.craiglotter.co.za/
ที่ตั้ง : Hitachi Seaside Park ,  Ibaraki 

ช่วงเวลาชม : กันยายน - ตุลาคม

ฮิตาชิ ซีไซด์ พาร์ค สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ มีไฮท์ไลท์ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคือ ต้นโคเชีย (Kochia) หรือ Bassia ที่เปลี่ยนจากสีเขียว เป็นทุ่งสีส้มแดงสุดลูกหูลูกตา โดยธรรมชาติของต้นโคเชีย จะเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวสด ไปเป็น แดงส้ม แดงเลือดหมู และ น้ำตาลตามลำดับ

 

ชูบุ : จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี

ภูมิภาคชูบุ ชมใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น

7. Momiji Kairo
Cr. bbs.shuerjia.com
ที่ตั้ง : Momiji Kairo , Kawaguchiko

ช่วงเวลาชม : ปลายตุลาคม - พฤศจิกายน

อุโมงค์ใบไม้แดง โมมิจิ ไคโร เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยสุดโรแมนติกแห่งหนึ่งในแถบภูเขาฟูจิ โดยช่วงที่งดงามที่สุดจะเป็นปลายฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้ร่วงหล่นลงมากองตามทางแม่น้ำปกคลุมจนกลายเป็นสีส้มแดงไปทั่วทั้งบริเวณ และในช่วงกลางคืนจะมีการประดับไฟให้ได้ชมกันอีกด้วย

 

8. Korankei
Cr: kikuko-nagoya.com
ที่ตั้ง : Toyota , Aichi

ช่วงเวลาชม : กลางพฤศจิกยน - ต้นธันวาคม

โครันเค ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โครันเค ณ หมู่บ้าน Asuke ปัจจุบันที่นี่มีต้นเมเปิ้ล จำนวนกว่า 4,000 ต้น สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นสีเหลือง ส้ม แดง ทั้งในตอนกลางวัน และยังสามารถชมการประดับไฟอย่างสวยงามได้ในตอนกลางคืน

คันไซ : จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี

ภูมิภาคคันไซ ชมใบไม้เปลี่ยนสี สัมผัสบรรยากาศ ใกล้ชิดธรรมชาติ

9. Togetsukyo Bridge
Cr: a-bisu.com
ที่ตั้ง : Arashiyama , Kyoto

ช่วงเวลาชม : กลางพฤศจิกายน - ปลายพฤศจิกายน

สะพานโทเง็ทสึเคียว ในเกียวโตมีสถานที่ชมใบไม้แดงอยู่หลายแห่งเช่นกัน แต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ ใบไม้แดงที่ อะระชิยะมะ ทุกคนที่เดินทางมาที่นี่จะต้องไม่พลาด ที่จะถ่ายรูปกับสะพานโทเง็ทสึเคียว โดยมีภูเขาอะระชิยะมะเป็นฉากหลัง

 

10. Bishamon-do Temple
Cr. rokaru.jp
ที่ตั้ง : Yamashina , Kyoto

ช่วงเวลาชม : ปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม 

วัดบิชามอนโด เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในแถบยามาชินะ มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเรื่องความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี เส้นทางเดินจะปกคลุมไปด้วยใบเมเปิ้บสีแดงยาวตลอด 2 ข้างทาง ทำให้ดูเหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้เปลี่ยนสี

คิวชู : จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี

ภูมิภาคคิวชู รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศสบายๆ แช่ออนเซ็นพลางชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี

11. Unzen Onsen
Cr. selected-ryokan.com
ที่ตั้ง : Unzen , Nagasaki

ช่วงเวลาชม : ปลายตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน

น้ำพุร้อนอุนเซน ไฮท์ไลท์ของที่นี่อยู่ที่มีต้นไม้ที่ใบไม้ จะเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงกว่า 150 ชนิด หากมองลงมาจากยอดเขาคุนิมิดะเกะ ภาพที่เห็นจะยิ่งสร้าง ความประทับใจมิรู้ลืมแถบนี้มีชื่อเสียงมากในฐานะที่เป็นแหล่งน้ำพุร้อน แห่งแรกในญี่ปุ่น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติ

12. Komyozenji Temple
Cr. yokanavi.com
ที่ตั้ง : Dazaifu , Fukuoka

ช่วงเวลาชม : กลาง - ปลายพฤศจิกายน

วัดโคเมียวเซ็นจิ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้า Dazaifu สร้างขึ้นในช่วงกลางสมัยคามาคุระ (Kamakura) แม้จะ เป็นวัดเล็ก ๆ แต่ภายในวัดได้จัดเป็นสวนหินญี่ปุ่นอย่างสวยงาม ในช่วงใบไม้ร่วง สีสันของใบไม้หลากสี ชวนให้บรรยากาศภายในวัดดูสวยงามไปอีกแบบ

 

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเป็นช่วงที่สวยงามสุดโรแมนติค เหมาะกับการท่องเที่ยวเก็บภาพเป็นที่ระลึกเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะสวยงามในเรื่องทัศนียภาพแล้ว ยังมีสภาพอากาศที่ดีด้วย เพราะเป็นช่วงที่อากาศเริ่มหนาวเย็น เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปเที่ยวกันเลย^^

เพราะการเดินทาง...เป็นจุดเริ่มต้นของความสุข เติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวไปกับเรา PKG JOURNEY  ดูโปรแกรมท่องเที่ยวใบไม้เปลี่ยนสี

เพิ่มเติม
ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

22 – 27 OCT’19 BY TG ราคา : 59,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J07_10) PKG KYUSHU HUIS TEN BOSCH 6D 4N

PKG KYUSHU HUIS TEN BOSCH 6D 4N

ttt

59,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม | 22 - 27
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ

21.00 น.         คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ทางบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

วันที่สอง

ฟุคุโอกะ – ศาลเจ้าดาไซฟุ – เบปปุ – อาบทรายร้อน – จิโกกุ เมกุริ (บ่อทะเลเดือด และ บ่อสีเลือด) – ออนเซ็น

00.50 น.        ออกเดินทางสู่ เมืองฟุคุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 648

08.00 น.        ถึง สนามบินฟุคุโอกะ นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร

                  นำท่านเดินทางสู่ ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu Shrine) ศาลเจ้าชินโตเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าเท็มมังงุทั้งหมด ซึ่งบูชาเทพเจ้า สึกะวะระ โนะ มิจิสะเนะ ซึ่งรู้จักกันดีในนามของ “เทพเจ้าทางการศึกษา”  ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2134 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ มิชิซาเนะ ซึงะวาระ นักปราชญ์ และกวีเอกของญี่ปุ่น ในสมัยเฮอัน เขาถูกเนรเทศออกจากราชสำนักเกียวโตด้วยความไม่ยุติธรรม และได้เสียชีวิตลงที่นี่ เมื่อปี พ.ศ.1446 หลังจากนั้นก็ได้เกิดเรื่องร้ายมากมายในเกียวโต ผู้คนเชื่อว่าเป็นเพราะการเนรเทศนักปราชญ์ท่านนี้อย่างไม่เป็นธรรม และเนื่องจากเป็นศาลเจ้าที่สร้างเพื่ออุทิศแด่ผู้เป็นปราชญ์ ในช่วงเทศกาล 7-5-3 บรรดาผู้ปกครองมักพาบุตรหลายมาฝากเนื้อฝากตัวที่ศาลเจ้าเพื่อให้บุตรหลานของตนฉลาด และมีสติปัญญาดีดังเช่นท่านมิชิซาเนะผู้ล่วงลับ ซึ่งได้รับการเคารพบูชาในฐานะของเทพเจ้าแห่งการศึกษา ทางเข้าศาลเจ้ามีรูปปั้นวัวเทพเจ้านอนอยู่ในสภาพที่ถูกลูบจนมันวับโดยชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าหากได้ลูบไล้บริเวณหัว และเขาของวัวจะทำให้หายจากอาการเจ็บป่วย จะมีแต่โชคดีเข้ามา และประสบความสำเร็จในเรื่องการเรียน ระหว่างทางเดินสู่ศาลเจ้า ดาไซฟุ ท่านจะได้พบกับร้านขายอาหาร และร้านของที่ระลึกมากมาย

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ เมืองเบปปุ ที่มีชื่อเสียงเรื่องออนเซ็นของญี่ปุ่น ให้ทุกท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์ล้ำค่าที่หาได้เฉพาะในคิวชูเท่านั่นกับ การอาบทรายร้อน (Sunaburo) เป็นวิธีการลงไปอบตัวอยู่ในทรายทั้งตัวตั้งแต่ส่วนคอลงมาประมาณ 10-20 นาที การอบทรายร้อนมักจะทำกันในแหล่งที่มีออนเซ็น และมีส่วนผสมของออนเซ็นแทรกซึมอยู่ในทราย ซึ่งส่งผลเรื่องความงามของผิวพรรณ สุขภาพ และการผ่อนคลายความเมื่อยล้าเทียบเท่ากับการเข้าออนเซ็น ต่อมานำท่านเดินทางสู่ จิโกกุ เมกุริ หรือขุมนรกทั้งแปด คือบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ ประกอบด้วยแร่ธาตุที่เข้มข้น มีลักษณะแตกต่างที่กันมีทั้งหมด 8 บ่อ ยูมิ จิโกกุ หรือ “บ่อทะเลเดือด” เป็นบ่อน้ำร้อนสีฟ้าเหมือนน้ำทะเลโอนิอิชิโบสุ จิโกกุ หรือ “บ่อโคลนเดือด” มีลักษณะคล้ายโคลนสีเทาเดือดปุดๆ ยามะ จิโกกุ หรือ “หุบเขานรก” คามาโดะ จิโกกุ หรือ “นรกกระทะทองแดง” โอนิยามะ จิโกกุ หรือ “หุบเขาปีศาจ” ชิราอิเกะ จิโกกุ หรือ “นรกสีขาว” เป็นบ่อน้ำพุร้อนสีขาว คล้ายน้ำนมชิโนอิเกะ จิโกกุ หรือ “บ่อสีเลือด” ทัตสึมากิ จิโกกุ หรือ น้ำพุนรก ทุกๆ 20-30 นาที จะมีน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาจากใต้พิภพอย่างรุนแรง แต่ละครั้งใช้เวลาพ่นน้ำนาน 5 นาที

นำท่านเข้าสู่ที่พัก BEPPUWAN ROYAL HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.daiwaresort.jp/beppu/index.html

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวล และยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สาม

เบปปุ – โออิตะ – หมู่บ้านยูฟุอิน – มิยาซากิ – ช่องเขาทาคาชิโฮ (ทัวร์เสริม ล่องเรือ) – คุมาโมโต้ – ออนเซ็น

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านยูฟุอิน เป็นหมู่บ้านจำลองสไตล์ยุโรป มีกลิ่นอายยุโรปโบราณ บ้านอิฐที่แสนคลาสสิคเรียงรายอยู่บนถนนสายเล็กๆ ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ถือเป็นไฮไลท์หนึ่งประจำเมืองยูฟุอิน เหมาะแก่การเดินเล่นและถ่ายรูป ภายในบริเวณประกอบด้วยสวนหย่อม ร้านอาหาร ร้ายขายของที่ระลึก งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ของเล่น ของสะสมทั้งญี่ปุ่น และต่างประเทศ แต่ละร้านตกแต่งภายในได้ดูดีดึงดูดให้คนเข้ามาเลือกซื้อสินค้า นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิยาซากิ  

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ ช่องเขาทาคาชิโฮ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมิยาซากิ เกิดจากรอยแตกของภูเขาที่มีแม่น้ำโกคาเซะ ตัดผ่าน 2 ข้างจะเป็นหินสูงชันเหมือนหน้าผาที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟจนมีรูปร่างคดเคี้ยวเหมือนมังกร ซึ่งจะมีน้ำตกมินาอิโนทาคิที่สูงถึง 17 เมตรอยู่ในช่องเขานี้ (สำหรับลูกค้าที่อยากนั่งเรือชมธรรมชาติ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) นำท่านสู่ ศาลเจ้าทาคาชิโฮะ ตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆอย่างทาคาชิโฮ ที่อยู่ภายในจังหวัดมิยาซากิ นับว่าเป็นอีกศาลเจ้าหนึ่งที่มีความงดงามทางธรรมชาติอยู่มาก เนื่องมาจากสถานที่ตั้งที่แลดูลึกลับซ่อนตัวอยู่ภายในป่าสน ในตัวเมืองทางทิศตะวันตก บรรยากาศที่เหมาะสำหรับท่านที่ชอบความสงบ คนไม่พลุกพล่านทั้งมีความงดงาม ในช่วงยามกลางวันเลยไปถึงเวลาค่ำๆ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคุมาโมโต้

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร **พิเศษ! เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารสดใหม่ อาทิ ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ขนมหวาน และเครื่องดื่มซอฟดริ้งค์ไม่อั้น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KUMAMOTO CASTLE HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.hotel-castle.co.jp/

วันที่สี่

คุมาโมโต้ – ซากะ – ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ – ซาเซโบะ – ล่องเรืออ่าวคุจูคุชิม่า – จุดชมวิวเทงไคโฮ

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเดินทางสู่ ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ (Yutoku Inari Shrine) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1688 เป็นศาลเจ้านิกายชินโต ด้านบนของตัวศาลเจ้าก็เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิยามที่ดอกซากุระบานสะพรั่งและช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง สวนหน้าศาลเจ้าก็ยังมีสะพานสีแดงคู่กับแม่น้ำสายเล็กๆ เป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ประทับของเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนต่างนิยมไปสักการะขอพรเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยว ความสำเร็จด้านธุรกิจและความปลอดภัย

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เกาะคุจูคุชิม่า เป็น 1 ใน 208 เกาะที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในอุทยานแห่งชาติไซไก ให้ท่านได้รื่นรมย์กับประสบการณ์การล่องเรือ สัมผัสบรรยากาศของท้องทะเลสีคราม ตัดกับสีเขียวธรรมชาติของป่าเขา ทำให้ท่านประทับใจกับความสวยงามของธรรมชาติ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวเทงไคโฮ จุดชมวิวอันเลื่องชื่อของเมืองซาเซโบะ จากที่นี่นอกจากจะชมความงดงามของหมู่เกาะ 99 หรือหมู่เกาะคุจูคุชิมะ แบบพาโนรามารอบทิศ 180 องศาได้แล้ว ยังสามารถชมธรรมชาติสวยๆ ได้อีกด้วย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก WATERMARK HOTEL NAGASAGI หรือเทียบเท่า

https://watermarkhotelnagasaki.com/ja/

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันที่ห้า

นางาซากิ – เฮ้าท์เท็นบอช (ครึ่งวัน) – ฟุคุโอกะ – ช้อปปิ้งเท็นจิน – คิตะคิวชู

เช้า           รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

              นำท่านเดินทางเข้าชม เฮาส์เทนบอช หมู่บ้านฮอลแลนด์ ของประเทศญี่ปุ่นที่รวมสถาปัตยกรรม ศิลปะ และวัฒนธรรมขนานแท้ของชาวฮอลแลนด์ และดัชท์รวมไว้ด้วยกัน พร้อมสนุกสนานตื่นเต้นกับสิ่งอำนวยความสะดวกนานัปการ ท่านสามารถถ่ายรูปกับบรรยากาศรอบๆ ได้อย่างสนุกสนาน ทั้งกังหันแบบฮอลแลนด์ ทุ่งดอกไม้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกทิวลิป, ทุ่งดอกกุหลาบ, หรือแม้กระทั่งล่องเรือชมบรรยากาศของเฮาส์เทนบอชได้อย่างสบายใจ หรือท่านที่ชอบความตื่นเต้นเชิญที่โรงภาพยนตร์ และสวนสนุกแบบตะวันตก เช่น HORIZON ADVENTURE ชมการแสดงฉากน้ำท่วมใหญ่ ฟ้าผ่าที่ทำได้เหมือนจริงอย่างน่าทึ่ง พร้อมชมทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองนี้, FUTURE CAST THEATER GRAND ODYSSEY ให้ท่านร่วมผจญภัยไปกับฉากภาพยนตร์การต่อสู้สุดยิ่งใหญ่นอกอวกาศที่มีท่านเป็นดารานำแสดง รับรองได้ว่าท่านจะประทับใจไปอีกนาน

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย เฮ้าท์เท็นบอช

บ่าย           นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุคุโอกะ ช้อปปิ้งย่านการค้าที่มีชื่อเสียง เท็นจิน เพลิดเพลินกับการจับจ่ายซื้อของที่ระลึกอย่างจุใจกับ ร้านค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า และผลิตภัณฑ์ชั้นนำนานาชนิด อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องสำอาง ฯลฯ

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ACTIVE RESORT FUKUOKA YAHATA หรือเทียบเท่า

https://www.daiwaresort.jp/yahata/index.html/

วันที่หก

คิตะคิวชู – ฟุคุโอกะ – กรุงเทพฯ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเดินทางสู่ สนามบินฟุคุโอกะ

11.40 น.      ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 649

14.55 น.      เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และ เส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2-3 ท่านเท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์

เพิ่มเติม
ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

17 – 23 OCT’19 BY TG ราคา : 69,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J03_12) PKG TOKYO NIKKO KUSATSU 7D 5N (KOKIA)

PKG TOKYO NIKKO KUSATSU 7D 5N (KOKIA)

ttt

69,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม | 17 - 23
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ – นาริตะ

20.00 น.         คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ทางบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

23.50 น.         ออกเดินทางสู่ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 642

วันที่สอง

นาริตะ – พระพุทธรูป อุชิคุ ไดบุทสึ (ลิฟท์) – ฮิตาชิ ซีไซด์พาร์ค ชมทุ่งดอกโคเคีย (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) – คินูกาว่า – ออนเซ็น

08.10 น.         ถึงสนามบินนาริตะ เมืองโตเกียว นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร นำท่านเดินทางสักการะ พระใหญ่อุชิคุ ไดบุทสึ แห่งเมืองอุชิคุ จังหวัดอิบารากิ เป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่มาก มีความสูงถึง 120 เมตร และยังได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คว่า เป็นรูปปั้นพระพุทธรูปยืนที่หล่อจากทองสัมฤทธิ์ มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1992 บนพื้นที่บริสุทธิ์ของสุสาน และปีต่อมาก็ถูกทำให้เป็นสวนสาธารณะ ทำให้ภายในตัวเมืองยังมีกลิ่นอายของวัด และเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับศาสนาหลงเหลืออยู่มาก

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ ฮิตาชิ ซีไซด์ พาร์ค ฮิตาชิ ที่มีชื่อเสียงด้านทุ่งดอกไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะ ทุ่งดอกโคเชีย หรือที่เรียกว่าช่วง Kochia Carnival ในฤดูใบไม้ร่วงช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม โดยปกติต้นโคเชียจะเป็นไม้พุ่มกลมสีเขียว ซึ่งก็สวยงามอยู่แล้ว แต่พอถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสดก็ยิ่งทำให้ทั้งสวยงาม และแปลกตามากยิ่งขึ้น จนลายเป็นไฮไลท์หลักของสวนแห่งนี้เลยทีเดียว ซึ่งที่สวนฮิตาชิจะปลูกอยู่บริเวณเนินเขา มิฮาราชิทั่วทั้งเนินทำให้เนินแห่งนี้จะเปลี่ยนจากสีเขียวเข้ม กลายเป็นสีแดงสดในช่วงเดือนตุลาคม พร้อมกันนี้ยังมีดอกคอสมอสหลากสีสันบานอยู่ใกล้ๆ กัน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคินุกาว่า

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KINUGAWA PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.kinugawa.co.jp/plaza/

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สาม

คินุกาว่า – สะพานชินเคียว – ศาลเจ้าโทโชกุ – นั่งกระเช้าอะเคจิไดระ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) – อิโรฮาซากิ – น้ำตกเคกอน – ยูซาว่า – ออนเซ็น

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ สะพานชินเคียว ซึ่งมีความหมายว่า สะพานศักดิ์สิทธิ์ รูปแบบของสะพานชินเคียวเป็นสะพานไม้โค้งแบบโบราณทาด้วยสีแดงด้านหลังสะพานเป็นวิวภูเขาอีกฝั่งของสะพานติดถนน ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนตุลาคมจะเห็นต้นไม้สีแดงเหลือง เขียวสลับกับเป็นฉากหลัง จากนั้นนำท่านเที่ยวชม ศาลเจ้าโทโชกุ เป็นศาลเจ้าลัทธิชินโตที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในการรำลึกถึงโชกุนลำดับที่ 1 ของรัฐบาลทหารในยุคเอโดะ ซึ่งคือโชกุนโทคุกาวะ อิเอยะสึ ภายในประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 42 หลัง นอกจากนั้นทางด้านซ้ายของทางเข้าศาลเจ้ายังมีเจดีย์ 5 ชั้น สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1650 โดยชั้นแรกมีลวดลายภาพแกะสลัก 12 จักรราศีตามความเชื่อของจีนโบราณ และถัดจากนั้นคือศาลาไม้เก่าอันมีรูปสลักที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เป็นผลงานของฮิดาริ จินโกโร่

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางขึ้น นั่งกระเช้าอะเคจิไดระ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ให้ท่านได้สัมผัสทัศนียภาพมุมสูงแบบพาโนราม่าของทะเลสาบ ซึ่งตั้งอยู่บนเชิงภูเขานันไต เกิดจากทะเลสาบที่ก่อตัวจากการระเบิดของหินละลายจากภูเขาไฟนันไตในอดีต และนำท่านเที่ยวชม น้ำตกเคกอน ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองนิกโก้ด้วยความสูง 97 เมตร ได้เวลาอันสมควรแล้วนำท่านเดินทางสู่ เมืองยูซาว่า

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NAEBA PRINCE HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.princehotels.co.jp/naeba/

ค่ำ            รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สี่

ยูซาว่า – นั่งกระเช้าดรากอนโดล่า – สวนผลไม้ตามฤดูกาล (สวนแอปเปิ้ล) – คารุยซาว่า เอ้าท์เล็ต – คุซัทสึ – ออนเซ็น

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเดินทางขึ้น นั่งกระเช้าดรากอนโดล่า (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) เป็นกระเช้าทัศนาจรอีกเส้นหนึ่งที่เชื่อมต่อกับกระเช้าทาชิโระ ซึ่งกระเช้าดรากอนโดล่านี้เป็นกระเช้าที่มีระยะทางยาวที่สุดในญี่ปุ่นถึง 5,481 เมตร สามารถมองเห็นทะเลสาบฟุไตที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาสูงนี้ได้ จากนั้นนำท่านไปยัง สวนผลไม้ตามฤดูกาล (สวนแอปเปิ้ล) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้หลากหลายชนิดทั้งสตรอเบอร์รี่, เชอร์รี่, แอปเปิ้ล, เมล่อน และผลไม้อื่นๆ ซึ่งจะผลัดกันออกผลตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           นำท่านเดินทางสู่ คารุยซาว่า เอ้าท์เล็ต ขนาดใหญ่ของเมืองคารุยซาว่า ภายในมีสินค้าแบรนด์ดังมากมาย ซึ่งคัดสรรสินค้ามาจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังในราคาที่สามารถซื้อได้อย่างอิสระตามอัธยาศัย นอกจากนี้ยังมีร้านนั่งชิลท่ามกลางทิวทัศน์ของภูเขาอาซามะอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคุซัทสึ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KUSATSU NOW RESORT  หรือเทียบเท่า

https://www.kusatsu-now.co.jp/index.php

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่ห้า

คุซัทสึ – ยูบาทาเกะ – หุบเขาโอนิโอชิดาชิ – คาวาโกเอะ – ถนนคาชิยะโยโกะโช – โตเกียว

เช้า           รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

              นําท่านเดินทางสู่ ยูบาทะเกะ เพื่อนำท่านสู่ หุบเขาโอนิโอชิดาชิ ตั้งอยู่บริเวณภูเขาไฟอาซามะ (ยังเป็นภูเขาไฟที่คุกรุ่นอยู่และมีโอกาสเกิดการปะทุได้ มีความสูงถึง 2,565 เมตร และเป็นภูเขาไฟที่ถูกรัฐบาลสั่งห้ามปีนนับตั้งแต่เกิดการระเบิด เมื่อหลายปีก่อน การระเบิดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2004) เป็นลักษณะสวนหินที่เกิดจากการแข็งตัวของลาวาที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟอาซามะเมื่อครั้งอดีตอยู่สูงกว่าระดับนํ้าทะเล 1,350 เมตร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคาวาโกเอะ  เมืองเก่าที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองเกียวโตน้อย หรือ Koedo ตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะ

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           นำท่านเดินทางสู่ ตรอกขนมโบราณ Kashiya Yokocho เป็นซอยเล็กๆ ที่มีร้านค้าขายขนมโหลราคาถูกแบบโบราณ และอาหารว่างซึ่งส่วนใหญ่จะมีราคาประมาณ 50 เยน ส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านของชาวบ้านในย่านนั้นที่เปิดเป็นร้านขนมกันมา ตั้งแต่สมัยโบราณ นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาที่นี่เพื่อเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของช่วงเวลาสมัยโชวะ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโตเกียว

ค่ำ             รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร **พิเศษ! ให้ท่านเต็มอิ่มกับปิ้งย่างร้านดัง “Rokkasen” ทานเนื้อวัวเลิศรสระดับพรีเมี่ยม ขาปูยักษ์พร้อมเมนูอื่นๆ อีกมากมาย และซอฟดริ้งไม่อั้น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก SHERATON TOKYO BAY HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.marriott.com/hotels/travel/tyosi-sheraton-grande-tokyo-bay-hotel/?scid=bb1a189a-fec3-4d19-a255-54ba596febe2

วันที่หก

โตเกียว – ศาลเจ้าเมจิ – ช้อปปิ้งฮาราจูกุ – ช้อปปิ้งชินจูกุ – นาริตะ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเดินทางสู่ ศาลเจ้าเมจิ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่อันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพของคนโตเกียว สร้างขึ้นโดยจักพรรดิเมจิ และมเหสีโชโกะในปี ค.ศ.1920 โดยในช่วงวันปีใหม่คนโตเกียวนิยมมาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง สวนโยโยกิ เป็นสวนที่มีต้นไม้นานาพรรณถึง หนึ่งแสนต้น ทำให้ดูเหมือนกับว่าศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในป่า 

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย

บ่าย          อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง ย่านฮาราจูกุ เป็นแหล่งรวมวัยรุ่นอินเทรนใหม่ๆ การแต่งตัวแบบแฟชั่นหลุดโลก โดย 2 ข้างทางจะมีเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับต่างๆ สำหรับวัยรุ่นแบบแหวกแนวขายมากมาย อีกทั้งยังมีร้าน 100 เยน ขนาดเล็กตั้งอยู่ด้วย โดยเฉพาะช่วงวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ จะเป็นที่รวบรวมบรรดาวัยรุ่นแต่งตัวในแนวที่ตนชื่นชอบ ไม่ว่าจะแต่งเป็นการ์ตูนหรือแต่งตัวเปรี้ยวแบบสุดๆ และผู้คนก็เยอะมากหน้าหลายตา ซึ่งถือได้ว่าเป็นถนนที่วัยรุ่นทั้งหลายมาปลดปล่อยความเป็นตัวตนก็ว่าได้และเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อของกรุงโตเกียว ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้านานาชนิด ร้านร้อยเยน สินค้าแบรนด์เนม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซานริโอช็อป เสื้อผ้านำสมัย กระเป๋า รองเท้าวัยรุ่นอย่างโอนิทสึกะ ไทเกอร์รวมไปถึงเครื่องสำอางค์ยอดนิยมอย่าง SHISEIDO KANEBO KOSE SK-II ฯลฯ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองนาริตะ    

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NARITA GARDEN HOTEL หรือเทียบเท่า

https://gardennarita.com/

วันเจ็ด

นาริตะ – วัดนาริตะ – ห้างอิออน – สนามบินนาริตะ – กรุงเทพฯ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                  นำท่านเที่ยวชม วัดนาริตะซัน เป็นวัดที่ชาวญี่ปุ่นและผู้คนจากทั่วโลกให้ความนิยมมาสักการะ และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธ์มากกว่า 10 ล้านคนต่อปี ตั้งอยู่บนเนินเขากลาง เมืองนาริตะ ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 940 จุดเด่นของวัดนี้ คือ เทวรูปฟุโดเมียวโอ ซึ่งเป็นเทพระดับสูงของลัทธิชินกอน แกะสลักและถวายโดยโคโบไดชิตามคำสั่งของจักรพรรดิซากะ และได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันขึ้นปีใหม่จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลือกซื้อ “เครื่องราง” หรือ “ฮู้” รวมทั้งสินค้าพื้นเมืองต่างๆ มากมาย

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย

บ่าย             ให้ท่านอิสระกับย่านช้อปปิ้งของเมืองนาริตะที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง ห้างอิออน เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าหลากหลายชนิดรอ ให้ท่านเลือกซื้อ อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น นำสมัย กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางค์ ของที่ระลึก เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ สนามบินนาริตะ

17.25 น.         ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 677

21.55 น.         เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และ เส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2-3 ท่านเท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์

เพิ่มเติม
ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

22 – 27 OCT’19 BY TG ราคา : 68,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J03_13) PKG TOKYO TOHOKU 6D 4N (KOKIA + FRUIT PICKING)

PKG TOKYO TOHOKU 6D 4N (KOKIA + FRUIT PICKING)

ttt

68,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม | 22 - 27
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ – นาริตะ

20.00 น.        คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ทางบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

23.50 น.         ออกเดินทางสู่ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 642

วันที่สอง

นาริตะ – พระพุทธรูป อุชิคุ ไดบุทสึ (ลิฟท์) – ฮิตาชิ ซีไซด์พาร์ค ชมทุ่งดอกโคเคีย (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) – คินูกาว่า – ออนเซ็น

08.10 น.         ถึงท่าอากาศยานนาริตะ เมืองโตเกียว นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสักการะ พระใหญ่อุชิคุ ไดบุทสึ แห่งเมืองอุชิคุ จังหวัดอิบารากิ เป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่มาก มีความสูงถึง 120 เมตร และยังได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คว่า เป็นรูปปั้นพระพุทธรูปยืนที่หล่อจากทองสัมฤทธิ์ มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1992 บนพื้นที่บริสุทธิ์ของสุสาน และปีต่อมาก็ถูกทำให้เป็นสวนสาธารณะ ทำให้ภายในตัวเมืองยังมีกลิ่นอายของวัด และเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับศาสนาหลงเหลืออยู่มาก

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ ฮิตาชิ ซีไซด์ พาร์ค ฮิตาชิ ที่มีชื่อเสียงด้านทุ่งดอกไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะ ทุ่งดอกโคเชีย หรือที่เรียกว่าช่วง Kochia Carnival ในฤดูใบไม้ร่วงช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม โดยปกติต้นโคเชียจะเป็นไม้พุ่มกลมสีเขียวซึ่งก็สวยงามอยู่แล้ว แต่พอถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสดก็ยิ่งทำให้ทั้งสวยงาม และแปลกตามากยิ่งขึ้น จนลายเป็นไฮไลท์หลักของสวนแห่งนี้เลยทีเดียว ซึ่งที่สวนฮิตาชิจะปลูกอยู่บริเวณเนินเขา มิฮาราชิทั่วทั้งเนินทำให้เนินแห่งนี้จะเปลี่ยนจากสีเขียวเข้ม กลายเป็นสีแดงสดในช่วงเดือนตุลาคม พร้อมกันนี้ยังมีดอกคอสมอสหลากสีสันบานอยู่ใกล้ๆ กัน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคินุกาว่า

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KINUGAWA PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.kinugawa.co.jp/plaza/

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สาม

คินุกาว่า – นั่งกระเช้าอะเคจิไดระ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) – อิโรฮาซากิ น้ำตกริวซู – ไอสึวากะมัตสึ – หมู่บ้านโออุจิจูคุ – อะชิโนะมากิ – ออนเซ็น

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่าน นั่งกระเช้าอะเคจิไดระ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ให้ท่านได้สัมผัสทัศนียภาพมุมสูงแบบพาโนราม่าของทะเลสาบ ซึ่งตั้งอยู่บนเชิงภูเขานันไต ซึ่งเกิดจากทะเลสาบที่ก่อตัวจากการระเบิดของหินละลายจากภูเขาไฟนันไต จากนั้นนำท่านไปยัง น้ำตกริวซู ตั้งอยู่บนแม่น้ำยูคาวะที่เมืองนิกโก้ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอันแสนจะอุดมสมบูรณ์มากๆ อีกทั้งรูปลักษณ์นี่ก็ค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยชื่อน้ำตกริวซูนั้นสามารถแปลได้ตรงๆตัวตามภาษาญี่ปุ่นว่า “ น้ำตกหัวมังกร ”

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           นำท่านเดินทางสู่ เมืองไอสึวากะมัตสึ เพื่อเที่ยวชม หมู่บ้านโออุจิ จูคุ เป็นเมืองบนเส้นทางการค้าอาอิซุนิชิไคโดะ ซึ่งเชื่อมต่อเมืองอิซุกับนิกโก้ในช่วงสมัยเอโดะ ปัจจุบันนี้บ้านสไตล์ญี่ปุ่นแบบมุงหลังคายังคงรักษาไว้เป็นอย่างดี อาหารยอดนิยม คือ บะหมี่โซบะ และปลาเทร้าต์ย่าง อาคารรัฐบาลเก่าฮอนจิน ตั้งอยู่บนถนนสายหลักของเมือง ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้ประชาชนเข้าชมรูปแบบการตกแต่งภายในแบบดั้งเดิมสมัยเอโดะ และชมนิทรรศการคอลเลกชั่นจานชาม เสื้อผ้า และสิ่งของอื่นๆ มากมาย ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินสู่ เมืองอะชิโนะมากิ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ASHINOMAKI ONSEN OKAWASO HOTEL  หรือเทียบเท่า

www.ookawaso.co.jp

ค่ำ            รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สี่

อะชิโนะมากิ – จุดชมวิวรถไฟสายทาดามิ – ปราสาทสึรุกะ – ทะเลสาบโกชิคินุมะ (บึงน้ำ 5 สี) – สวนผลไม้ (เก็บแอปเปิ้ล) – เซนได – ออนเซ็น

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวรถไฟสายทาดามิ ช่วงสะพานไดอิจิเคียวเรียว ซึ่งในบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีจะดูมีสีสันและมีชีวิตชีวา ซึ่งที่แห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องทัศนียภาพอันงดงาม สำหรับการชมภูเขาและทะเลสาบในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาว โดยจุดชมวิวรถไฟสายทาดามิจะอยู่บนเขาต้องใช้การเดินเท้าขึ้นไปเท่านั้น (ใช้เวลาเดินประมาณ 15-30 นาที) จากนั้นนำท่านชม ปราสาทสึรุกะ (ด้านใน) ซึ่งปราสาทนี้ได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ด้วยคอนกรีตในปี 1960 เสร็จสมบูรณ์ในปี 2011 หลังคาเดิมเป็นสีเทาก็เปลี่ยนเป็นสีแดง เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับปราสาทแห่งอื่นในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในปราสาทและขึ้นไปยังชั้นบนสุดเพื่อชมวิวของเมือง และชมพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของปราสาทรวมไปถึงวิถีชีวิตของเหล่าซามูไรในยุคก่อนได้

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านสู่ ทะเลสาบโกชิคินุมะ หรือ บึงน้ำ 5 สี เป็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจจากการได้เห็นวิวที่น่ามหัศจรรย์ ซึ่งโกชิคินุมะมีบึงหลักๆ รวมตัวกันอยู่ถึง 9 บึง โดยเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ใหญ่ที่สุดของอูระบันได และแต่ละบึงก็จะมีสีของน้ำเฉพาะตัวเอง ตั้งแต่สีน้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีฟ้าเข้ม ซึ่งสีของน้ำที่เห็นจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ ช่วงเวลา และปัจจัยอื่นๆ ตลอดความยาวกว่า 3.6 กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางเที่ยวชมธรรมชาติยอดนิยมแห่งหนึ่งในแถบนี้ หากต้องการเดินชมให้ทั่วทุกบึงจะใช้เวลาประมาณ 70 นาทีร่วง จากนั้นนําท่านเข้าชม สวนผลไม้ สัมผัสประสบการณ์เก็บผลไม้ตามฤดูกาล

เดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูกาลของสตรอเบอร์รี่ (เก็บแบบไม่อั้น)

เดือนมิถุนายน – ต้นเดือนกรกฎาคม เป็นฤดูกาลของเชอร์รี่ (เก็บแบบไม่อั้น)

เดือนกรกฎาคม – เดือนสิงหาคม เป็นฤดูกาลของพีช (เก็บแบบจํากัดจํานวนผลไม้)

กลางเดือนสิงหาคม – กลางเดือนตุลาคม เป็นฤดูกาลขององุ่น (เก็บแบบไม่อั้น)

เดือนตุลาคม – กลางเดือนพฤศจิกายน เป็นฤดูกาลของแอปเปิ้ล สาลี่ และลูกพลับ (เก็บแบบจํากัดจํานวนผลไม้)

                หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเซนได

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NEW MITOYA HOTEL  หรือเทียบเท่า

https://www.mitoya-group.co.jp/

ค่ำ            รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่ห้า

เซนได – ประสาทอาโอบะ – ตลาดเช้าเซ็นได – นั่งรถไฟชินคันเซ็น  (เซนได – ชินจูกุ) – โตเกียว – ช้อปปิ้งชินจูกุ

เช้า           รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

              นำท่านเดินทางสู่ ปราสาทอาโอบะ หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า ปราสาทเซนได ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1,600 โดยดาเตะ มาซะมุเนะผู้ก่อตั้งเมืองเซนได ปราสาทอาโอบะเป็นปราสาทประจำตระกูลดาเตะนานกว่าสองร้อยปี หลังจากถูกยึดอำนาจปราสาทได้ถูกรื้อถอนบางส่วนไปในช่วงปี 1870 ก่อนจะถูกทำลายลงอีกจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโกโคขุ และพิพิธภัณฑ์ปราสาทอาโอบะ จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ตลาดเช้าอะไซชิ เป็นตลาดขนาดกระทัดรัดแต่คึกคักเพราะเป็นศูนย์รวมสินค้าท้องถิ่นมากมาย จนได้รับฉายาว่า “ ครัวของเซ็นได ” เช่น ปลาท้องถิ่นต่างๆ, สินค้าจากทะเลตามฤดูกาล, อาหารทะเลแปรรูป, ผักผลไม้ท้องถิ่นแบบปลอดสารพิษ, ดอกไม้ตามฤดูกาล และเครื่องปรุงรสต่างๆ ซึ่งภายในมีการจัดระเบียบร้านค้าและการดูแลความสะอาดเป็นอย่างดี สามารถเดินจากสถานีรถไฟเซนได มาทางออกด้านทิศตะวันตกใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นนำท่าน นั่งรถไฟชินคันเซ็น หรือรถไฟหัวกระสุนจากสถานีเซนได สู่ สถานีชินจูกุ ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 95 นาที ที่นั่งแบบ RESERVED SEAT

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย

บ่าย           อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับ ย่านชินจูกุ เป็นย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อของกรุงโตเกียว ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้านานาชนิด ร้านร้อยเยน สินค้าแบรนด์เนม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซานริโอช็อป เสื้อผ้านำสมัย กระเป๋า รองเท้าวัยรุ่นอย่างโอนิทสึกะ ไทเกอร์รวมไปถึงเครื่องสำอางค์ยอดนิยมอย่าง SHISEIDO KANEBO KOSE SK-II ฯลฯ

ค่ำ             รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร **พิเศษ! ให้ท่านเต็มอิ่มกับปิ้งย่างร้านดัง “Rokkasen” ทานเนื้อวัวเลิศรสระดับพรีเมี่ยม ขาปูยักษ์พร้อมเมนูอื่นๆ อีกมากมายและซอฟดริ้งไม่อั้น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NEW OTANI MAKUHARI HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.newotani.co.jp/makuhari/

วันที่หก

โตเกียว – วัดนาริตะ – ชิซุย พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท – สนามบินนาริตะ – กรุงเทพฯ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเที่ยวชม วัดนาริตะซัน เป็นวัดที่ชาวญี่ปุ่นและผู้คนจากทั่วโลกให้ความนิยมมาสักการะ และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธ์มากกว่า 10 ล้านคนต่อปี ตั้งอยู่บนเนินเขากลาง เมืองนาริตะ ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 940 จุดเด่นของวัดนี้ คือ เทวรูปฟุโดเมียวโอ ซึ่งเป็นเทพระดับสูงของลัทธิชินกอน แกะสลักและถวายโดยโคโบไดชิตามคำสั่งของจักรพรรดิซากะ และได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันขึ้นปีใหม่ จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลือกซื้อ “เครื่องราง” หรือ “ฮู้” รวมทั้งสินค้าพื้นเมืองต่างๆ มากมาย

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย

บ่าย           อิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่ ชิซุย พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท เป็นเอาท์เล็ทที่เพิ่งเปิดเมื่อปี 2013 มีที่ตั้งใกล้กับสนามบินนาริตะ ภายในมีร้านค้าที่เป็นแบรนด์ทั้งจากญี่ปุ่นและจากต่างประเทศ มีร้านค้าอยู่ประมาณ 180 ร้านค้า ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนาริตะ      

17.30 น.      ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 677

22.30 น.     เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และ เส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2-3 ท่านเท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์

เพิ่มเติม
travel

Summer in Japan | เที่ยวญี่ปุ่นตามภูมิภาคในฤดูร้อน 🔆

Summer in Japan | เที่ยวญี่ปุ่นตามภูมิภาคในฤดูร้อน 🔆

ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศเกาะที่ถูกแบ่งออกเป็น 8 ภูมิภาค และ 47 จังหวัด โดยแต่ละพื้นที่ต่างก็มีจุดเด่นและเรื่องราวเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนของปีก็มีสิ่งที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ไปค้นพบเสมอไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม

ในช่วงกลางปี หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นก็จะค้นพบว่านักท่องเที่ยวดูค่อนข้างจะบางตาไป เป็นเพราะสภาพอากาศที่ทั้งร้อนและชื้น สถานที่เที่ยวยอดฮิตหลายที่ก็ดูจะเงียบเหงาไป

วันนี้ PKG Journey Line อยากขอแนะนำทุกท่านให้รู้จักกับฤดูร้อนของญี่ปุ่นอีกครั้ง โดยได้รวบรวมสถานที่ที่น่าสนใจของแต่ละภูมิภาคในช่วงฤดูร้อนมานำเสนอ เพื่อจุดประกายไอเดียการท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่แปลกใหม่ของทุกท่านให้เกิดขึ้น ว่าแล้วก็ไปเริ่มต้นกันเลย

Introduction

จากที่ได้กล่าวไปแล้วว่าญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศเกาะ แบ่งออกเป็น 4 เกาะ 8 ภูมิภาค 47 จังหวัด (แสดงในรูปภาพ) วันนี้เราจะมาไล่เรียงดูกันตามภูมิภาคทั้ง 8 ว่าแต่ละพื้นที่มีอะไรที่น่าสนใจบ้างในฤดูร้อน

ภูมิภาคต่าง ๆ ไล่จากทิศเหนือของประเทศลงทิศใต้ ได้แก่

  • Hokkaido | ฮอกไกโด
  • Tohoku | โทโฮคุ
  • Kanto | คันโต
  • Chubu | ชุบุ
  • Kansai | คันไซ
  • Chugoku | ชุโกคุ
  • Shikoku | ชิโคคุ
  • Kyushu & Okinawa | คิวชูและโอกินาว่า

Hokkaido | ฮอกไกโด

ภูมิภาคและจังหวัดฮอกไกโด เป็นภาคเหนือสุดของญี่ปุ่น และเป็นเกาะฮอกไกโด เกาะที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่ามีของอร่อยมากมาย รวมทั้งภูมิประเทศที่สวยงาม และอากาศหน้าร้อนที่ถือว่าออกจะสบาย ๆ สำหรับชาวไทย เพราะไม่หนาวมากจนเกินไป หรือร้อนจะไม่มีจิตใจอยากออกไปเที่ยว ว่าแล้วเราไปดูสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจของภูมิภาคฮอกไกโดกันดีกว่า

Shikisai-no-oka

|

สวนดอกไม้ชิกิไซโนะโอกะ

สวนดอกไม้ชิกิไซโนะโอกะ เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเมืองบิเอะ ท่านสามารถมองเห็นวิวทุ่งดอกไม้ได้แบบพาโนรามา โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ดอกไม้นานาชนิดผลิบานกันอย่างเต็มที่ (Green Season) ก่อนที่จะร่วงโรย แล้วปกคลุมไปด้วยหิมะในฤดูหนาว (Winter Season) ในช่วงฤดูร้อน ทางสวนจะมีบริการรถแทรคเตอร์ขับชมรอบสวน โดยจะมีจุดแวะถ่ายภาพ 1 จุดที่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงามและกลิ่นหอมของธรรมชาติ

Aoiike

|

บ่อน้ำสีฟ้า

Blue pond (Aoiike) in Biei, Hokkaido

ยังคงอยู่กันที่เมืองบิเอะสำหรับบ่อน้ำสีฟ้า บ่อน้ำนี้เป็นส่วนที่เกิดจากการสร้างเขื่อนป้องกันภูเขาไฟโทคาชิระเบิด ทำให้เกิดเป็นบ่อน้ำ และเมื่อแร่ธาตุต่างๆ ละลาย ก็ทำให้บ่อน้ำกลายเป็นสีฟ้านั่นเอง โดยพื้นที่นี้ยังไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่คนพลุกพล่านมากนัก ส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวมักจะเป็นคนท้องถิ่น การจะเข้าไปจะต้องเดินผ่านทางเข้าที่เป็นป่าไปประมาณ 10 นาที ความสงบจึงเป็นสิ่งสำคัญในการมาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้

Farm Tomita

|

ฟาร์มโทมิตะ

ฟาร์มโทมิตะเป็นทุ่งดอกไม้ที่ตั้งอยู่ในเมืองฟุราโนะ ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดในเมือง นอกจากดอกลาเวนเดอร์แล้วก็ยังมีดอกไม้อื่น ๆ ที่พร้อมใจกันบานในช่วงฤดูร้อนของปีอีกด้วย แต่จุดเด่นที่พลาดไม่ได้ของฟาร์มโทมิตะก็คือ ไอศครีมซอฟท์เสิร์ฟที่มีรสชาติพิเศษอย่างรสลาเวนเดอร์และรสเมลอน รสธรรมดาอย่างวานิลา และรสพิเศษสุด ๆ ที่ขายเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปีเท่านั้น ก็คือรสลาเวนเดอร์ไวท์ช็อกโกแลตนั่นเอง บอกเลยว่านอกจากจะหอมอร่อยแล้ว ยังได้รูปที่สวยงามไปแปะลงโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย

Otaru

|

เมืองโอตารุ

เมืองโอตารุเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย และยังอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน สามารถเดินชมได้ทั่วถึง

• คลองโอตารุ คลองที่ยาว 1,140 เมตร เคยใช้ขนส่งสินค้าไปยังปากอ่าวโอตารุในยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟูเมื่อตอนก่อนปี 1920 บริเวณรอบข้างรายล้อมไปด้วยอาคารเก่า

• พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีที่ตัวอาคารเป็นอาคารเก่าแก่สองชั้น สร้างขึ้นในปี 1910 สามารถสั่งทำกล่องดนตรีของตนเองได้ในราคาย่อมเยา เหมาะทั้งซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกถึงเมืองโอตารุ และเป็นของฝากให้กับคนที่นึกถึง

• นาฬิกาไอน้ำโบราณที่จะพ่นไอน้ำและส่งเสียงเพลงทุก 15 นาที ซึ่งเรือนนี้เป็น 1 ใน 2 เรือนสุดท้ายของโลกอีกด้วย

ทัวร์แนะนำสำหรับภูมิภาคฮอกไกโด ⚘

[J14_9] PKG HOKKAIDO LAVENDER (6 วัน 4 คืน)

ชมสวนดอกไม้ที่เนินแห่งพระพุทธเจ้า สวนชิคิไซโนะโอกะ และลิ้มรสไอศครีมลาเวนเดอร์ที่ฟาร์มโทมิตะ ชมบ่อน้ำสีฟ้า เที่ยวเมืองโอตารุ และซัปโปโร

[JP02_12] PKG HOKKAIDO FLOWER LAND (LAVENDER) (5 วัน 3 คืน)

ออกเดินทางสู่สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะ ชิมไอศครีมลาเวนเดอร์ที่ฟาร์มโทมิตะ สักการะศาลเจ้าฮอกไกโด เที่ยวเมืองซัปโปโรและโอตารุ และช้อปปิ้งที่เจอาร์ทาวเวอร์

Tohoku | โทโฮคุ

ภูมิภาคโทโฮคุ เป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู มีชื่อเสียงในเรื่องของธรรมชาติที่งดงาม ภูเขา ทะเลสาบ และน้ำพุร้อน ประกอบไปด้วย 6 จังหวัด อาโอโมริ อิวาเตะ มิยางิ อาคิตะ ยามากาตะ และฟุกุชิมะ สำหรับเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือเมืองเซ็นได ในจังหวัดมิยางิ

Goshikinuma Ponds

|

ทะเลสาบโกชิคินุมะ

บึงน้ำห้าสี

บึงน้ำห้าสี ได้ชื่อว่าเป็นบึงน้ำที่เต็มไปด้วยปริศนา (Mysteriuos Lake) เพราะสีของน้ำจะแตกต่างกันไปตามลำดับความลึก ทะเลสาบโกชิคินุมะประกอบไปด้วยทะเลสาบและบ่อน้ำทั้งหมด 8 ที่ คือ บิชามนนุมะ อาคานุมะ มิโดโรนุมะ ทัตสึนุมะ เบ็นเท็นนุมะ รุรินุมะ อาโอนุมะ และยานะงินุมะ

โดยปกติแล้วที่นี่จะพลุกพล่านในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าทะเลสาบโกชิคินุมะในช่วงฤดูร้อนก็สวยงามและน่าเที่ยวเช่นเดียวกัน

Ushiku Daibutsu

|

พระพุทธรูปปางยืนที่สูงที่สุดในโลก

เมืองอิบารากิ เป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ปางยืนที่สูงที่สุดในโลก (สูง 100 เมตร และฐานอีก 20 เมตร) ภายในตัวพระพุทธรูปจะมีลิฟท์ให้ขึ้นไปได้ถึง 5 ชั้น นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวได้ที่ชั้นชมวิวบริเวณพระอุระ (อก) ซึ่งจะมีกระจกให้มองได้ทั้ง 4 ด้าน

Ginzan Onsen

|

กินซังออนเซ็น

กินซังออนเซ็นเป็นเมืองบ่อน้ำร้อนที่รายล้อมไปด้วยภูเขาในจังหวัดยามากาตะ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองออนเซ็นที่สวย และดีที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยเรียวกังโบราณ (โรงแรมแบบญี่ปุ่น) ที่เรียงตัวกันยาวริมแม่น้ำ โดยไฮไลท์ที่จะนำเสนอในวันนี้คือ โนโตยะ เรียวกัง เรียวกังที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดังจากสตูดิโอจิบลิอย่าง Spirited Away แต่นอกเหนือจากที่โนโตยะเรียวกังแล้ว ตัวเมืองกินซัง และที่พักอื่น ๆ ในเมืองก็สวยงามไม่แพ้กัน

ทัวร์แนะนำสำหรับภูมิภาคโทโฮคุ ⚘

[J03_10] TOKYO EXCITING (5 วัน 4 คืน)

เชิญท่านสักการะพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ปางยืนที่สูงที่สุดในโลก ซื้อของฝากที่ตรอกขนมโบราณคาชิยะ โยโกะโช ที่พักวิวภูเขาไฟฟูจิ หมู่บ้านน้ำใส

Kanto | คันโต

คันโต เป็นภูมิภาคทางทิศตะวันออกของเกาะฮอนชู ประกอบไปด้วย 7 จังหวัดที่หลายคนจะคุ้นชื่อกันดี คือ โตเกียว (เมืองหลวงของญี่ปุ่น) ไซตามะ ชิบะ อิราบากิ โทจิกิ กุมมะ และคานากาวะ

Toshogu Shrine

|

ศาลเจ้าโทโชกุ

ศาลเจ้าโทโชกุ เป็นศาลเจ้าที่ได้ชื่อว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองนิกโก้ จังหวัดโทจิกิ เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม ไม่เน้นความหรูหรา แต่มีการนำทองมาตกแต่ง สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ก็คือเจดีย์แดง 5 ชั้น และลิงแกะสลัก Wise Monkey 3 ตัวที่อยู่ในท่าปิดหู ปิดตา และปิดปากนั่นเอง โดยที่นี่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของโชกุนอิเอยาสุ โชกุนคนแรกของตระกูลโทคุกาวะ ซึ่งปกครองญี่ปุ่นอยู่เป็นเวลากว่า 250 ปี

Shinjuku Gyoen

|

สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอน

สวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่และโด่งดังที่สุดของโตเกียว เป็นที่ที่สามารถเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจได้โดยสะดวก เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟชินจูกุด้วยบรรยากาศของความเขียวชะอุ่มตรงกลางเมืองโตเกียว ทำให้ที่นี่เป็นที่ปิคนิคของชาวเมืองได้ไม่ยาก โดยในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง The Garden of Words ของมาโกโตะ ชินไค ก็ได้เนรมิตสถานที่นี้ขึ้นมาเป็นฉากที่สวยงามในเรื่องด้วย

Sawara

|

เมืองซาวาระ

เมืองซาวาระ เมืองขนาดเล็กที่อยู่ในจังหวัดชิบะ เป็นเขตอนุรักษ์ที่สำคัญสำหรับกลุ่มอาคารแบบดั้งเดิม มีการจัดผังเมืองอย่างงดงาม และมีไฮไลท์เป็นสะพานโทโยฮาชิ หรือสะพานจาจที่เคยถูกใช้เป็นช่องทาง

ส่งน้ำไปใช้ทำการปลูกข้าว และเมื่อไม่มีการใช้น้ำก็จะปล่อยน้ำออกจากสะพานลงแม่น้ำ เกิดเป็นเสียง "จาจา" ทำให้ได้อีกชื่อว่าสะพานจาจานั่นเอง

Omiya Bonsai Village

|

หมู่บ้านโอมิยะ บอนไซ

หมู่บ้านโอมิยะบอนไซ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในจังหวัดไซตามะ บ้านแต่ละหลังที่อยู่ในหมู่บ้านจะต้นบอนไซประดับอยู่ และมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะต้นบอนไซโอมิยะ เพื่อให้ความรู้กับผู้มาเยือนที่หมู่บ้านนี้อีกด้วย

Chubu | ชุบุ

ภูมิภาคชุบุ ตั้งอยู่ระหว่างคันโตและคันไซ ประกอบไปด้วย 9 จังหวัด ที่ภูมิภาคนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปราสาทมัตสึโมโตะ ปราสาทอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี หรือหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เมืองมรดกโลกที่มีบ้านลักษณะหลังคาสามเหลี่ยมทรงสูงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวมีที่หิมะปกคลุม

Takayama Old Town

|

ย่านเมืองเก่าของทาคายามะ

เมืองเก่าของทาคายามะถูกรายล้อมไปด้วยบ้านเรือนที่ถูกสร้างตั้งแต่ยุคเอโดะ (ปี 1600-1868) ทางทิศใต้ของเมืองจะมีบ้าน ร้านค้า และโรงบ่มสาเกที่เก่าแก่มากมายอยู่บนถนนซันโนะมาจิ โดยที่บางร้านเปิดทำการมากว่าร้อยปีแล้ว

Oshino Hakkai

|

หมู่บ้านโอชิโนะ ฮักไก

หมู่บ้านโอชิโนะ ฮักไกในจังหวัดยามานาชิ หรือหมู่บ้านน้ำใส เป็นหมู่บ้านที่มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 8 บ่ออยู่รอบบริเวณหมู่บ้าน เพื่อเป็นที่กักเก็บน้ำจากหิมะบนภูเขาไฟฟูจิที่ละลายลงมาเอาไว้ โดยที่นี่เป็นจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบคาวากุจิโกะ และทะเลสาบยามานาคะโกะ หากเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ก็จะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน

Matsumoto Castle

|

ปราสาทมัตสึโมโตะ

ปราสาทมัตสึโมโตะ เป็นปราสาทที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ผนังด้านนอกเป็นสีดำสลับขาว ทำให้ถูกขนานนามว่า ปราสาทอีกา โดยที่นี่เป็น 1 ใน 4 ปราสาทที่เป็นสมบัติของชาติ ถูกสร้างขึ้นในปี 1593 ซึ่งเป็นยุคที่มีสงครามอยู่บ่อยครั้ง ปราสาทแห่งนี้จึงถูกใช้งานเป็นป้อมปราการนั่นเอง

ทัวร์แนะนำสำหรับภูมิภาคชุบุ ⚘

[J05_10] TAKAYAMA KAMIKOCHI (6 วัน 4 คืน)

พาท่านเดินเที่ยวชมสวนโคเคียที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดง หมู่บ้านชิราคาวาโกะที่จุดชมวิวชิโรยามะ เที่ยวคามิโคจิ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และชมปราสาทมัตสึโมโตะ

Kansai | คันไซ

ภูมิภาคคันไซ เป็นภูมิภาคที่อยู่บริเวณตอนกลาง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะฮอนชู เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นโอซาก้า นารา วากายาม่า และอีก 3 จังหวัด เป็นภูมิภาคที่รักษาความธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ได้ชื่อว่าเป็น "เมืองต้นไม้" อีกด้วย

 

Fushimi Inari Shrine

|

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

 

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือ ศาลเจ้าแดง เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมากในหมู่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เป็นที่ที่มีชื่อเสียงจากภาพของเสาโทริอิสีแดงที่วางเรียงรายกันยาวมากกว่าหมื่นต้น เป็นทางเดินทั่วทั้งภูเขาอินาริ โดยศาลเจ้าแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานของเทพอินาริ เทพแห่งข้าวของลัทธิชินโต ผู้เยี่ยมชมจะพบรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกได้ที่ศาลเจ้านี้ด้วย เชื่อกันว่าสุนัขจิ้งจอกเหล่านี้เป็นผู้นำสารของเทพอินาริ ทำให้มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ศาลเจ้าจิ้งจอก

Arashiyama

|

ป่าไผ่อาราชิยาม่า

นอกจากภาพเสาโทริอิสีแดงเรียงตัวกันที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริแล้ว ภาพที่คนไทยคุ้นตากันดีอีกที่ก็คือภาพป่าไผ่อาราชิยาม่า ทางเดินที่รายล้อมไปด้วยต้นไผ่สูงกว่าสิบเมตร ทำให้แม้ในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดก็ยังคงร่มเย็น เป็นป่าที่เชื่อมโยงระหว่างวัดเทนริวจิและศาลเจ้าโนโนมิยะ ระยะทางประมาณ 500 เมตร สามารถเดินได้ แต่หากอยากชมวิวป่าไผ่แบบสบาย ๆ ที่นี่ก็มีบริการรถลากด้วยเช่นเดียวกัน

Kenrokuen Garden

|

สวนเคนโรคุเอ็น

สวนเคนโรคุเอ็น เป็นสวนที่สร้างไว้เป็นบริเวณรอบนอกของปราสาทคานาซาวะ มีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ที่ใจกลางของสวน ชื่อว่าบ่อน้ำฮิซาโกอิเคะ มีของตกแต่งสวนสไตล์ญี่ปุ่นมากมายกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นหอคอยขนาดเล็กที่ถูกสร้างไว้เป็นเกาะในบ่อน้ำ รูปปั้นยามาโตะ ทาเครุ ฮีโร่ของชาวญี่ปุ่น สะพานหินลักษณะโค้ง และโคมไฟที่มีขาตั้งสองขา

Lake Ashi

|

ทะเลสาบอาชิ

ทะเลสาบอาชิ เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ เป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างสวยงาม คู่กับเสาโทริอิสีแดงของศาลเจ้าฮาโกเนะที่ถูกตั้งอยู่ในทะเลสาบ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือในทะเลสาบเพื่อชมวิวได้ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ทัวร์แนะนำสำหรับภูมิภาคคันไซ ⚘

19012986 - an inverted image of mt  fuji
[J02_18] PANORAMA SLOW LIFE (6 วัน 4 คืน)

พาท่านเดินเที่ยวชมป่าไผ่ในชุดกิโมโนที่เมืองอาราชิยาม่า เข้าวัดเท็นริวจิ ทดลองเก็บใบชาสด ๆ จากต้น เที่ยวเมืองโตเกียว พักที่บริเวณทะเลสาบยามานาคะโกะ มองเห็นภูเขาไฟฟูจิ รับประทานบุฟเฟ่ต์สไตล์ญี่ปุ่นนานาชนิดและแช่ออนเซ็นคลายความเมื่อยล้า

[JP09_6] PKG PANORAMA :DELIGHT (6 วัน 4 คืน)

พาทุกท่านสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น นำเที่ยวชมศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ เสาโทริอิสีส้มนับหมื่นต้น เดินทางสู่สวนผลไม้ที่มีบุฟเฟ่ต์เมล่อนให้ทานได้ไม่อั้น ซึมซับบรรยากาศที่ชั้น 5 ของภูเขาไฟฟูจิ

Chugoku | ชุโกคุ

ชุโกคุ แปลว่า ภูมิภาคที่อยู่ตรงกลาง แต่ความจริงแล้วอยู่ที่บริเวณตะวันตกของเกาะฮอนชู (เกาะใหญ่) ถัดจากคันไซ มี 5 จังหวัด โดยที่ปลายสุดของภูมิภาคจะเป็นจังหวัดยามากูจิ ที่จะเชื่อมต่อกับภูมิภาคคิวชูได้ ทำให้ที่นี่เป็นเหมือนเมืองผ่านของใครหลายคน แต่ที่จริงแล้วชุโกคุก็มีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมายเช่นเดียวกัน

Toyokuni Shrine

|

ศาลเจ้าโทโยคุนิ

ศาลเจ้าโทโยคุนิ เป็นศาลเจ้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ มีสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญคือ เซนโจคาคุ วิหารไม้ขนาดใหญ่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ถูกใช้เป็นเก็บคัมภีร์ทางพุทธศาสนา โดยมีขนาดกว้างใหญ่มากจนได้ชื่อว่าเป็นห้องเสื่อทาทามิหมื่นผืน และเจดีย์ 5 ชั้นสีแดง เป็นที่ประดิษฐานของเทพแห่งการแพทย์

Kintaikyo Bridge

|

สะพานคินไทเคียว

สะพานคินไทเคียว สะพานไม้ข้ามแม่น้ำนิชิกิ เป็น 1 ใน 3 สะพานที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นในปี 1673 โดยมีลักษณะเป็นสะพานโค้งต่อกัน 5 ช่วง มีความยาวทั้งหมด 175 เมตร เป็นทางเดินเข้าสู่ปราสาทอิวาคุนะ แต่หากจะเดินข้ามสะพาน จะต้องเสียเงินค่าเข้า 300 เยน

Motonosumi Inari Shrine

|

ศาลเจ้าโมโตโนะสึมิอินาริ

นอกจากฟูชิมิอินาริแล้ว ก็ยังมีอีกศาลเจ้าหนึ่งที่มีเสาโทริอิเรียงรายกันทั้งภูเขา นั่นก็คือศาลเจ้าโมโตโนะสึมิอินาริ โดยความแตกต่างของที่นี่ก็คือ เราจะได้เห็นภาพของเสาโทริอิที่เรียงรายกันบนอยู่ฝั่ง ทอดยาวไปสู่ทะเลเพื่อเป็นทางเข้าให้กับเทพเจ้า โดยที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่มีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกเหมือนกันกับที่ฟูชิมิอินาริ

Shikoku | ชิโคคุ

ภูมิภาคชิโคคุ เป็น 1 ใน 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น ถูกโอบล้อมด้วยทะเล ประกอบไปด้วย 4 จังหวัด คือจังหวัดเอฮิเมะ คากาวะ โทคุชิมะ และโคชิ เป็นเกาะที่มีธรรมชาติสมบูรณ์ และเส้นทางแสวงบุญไปยัง 88 วัดบนเกาะ นอกจากนี้ยังมีเกาะเล็กอยู่รอบ ๆ อีกด้วย

Takamatsu Castle Ruins

|

ซากปราสาททาคามัตสึ

ซากปราสาททาคามัตสึ อยู่ในอุทยานทามาโมะ เมื่อก่อนเป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1588 แต่ถูกทำลายลงในสมัยเมจิ ปัจจุบันเหลือเพียงกำแพงหิน หอคอยปราสาท และคูน้ำรอบเมือง ซึ่งเป็นคู่น้ำที่เกิดจากการดึงน้ำทะเลเข้ามานั่นเอง เป็นปราสาทหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ถูกสร้างไว้ริมทะเล

Iya Valley

|

อิยะ

อิยะ ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนลึกลับ เพราะถูกซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึกรูปตัววี รายล้อมไปด้วยป่าทึบ มีสะพานเถาวัลย์ยาว 45 เมตร ที่สามารถมองลงมาเห็นลำธารด้านล่างได้ เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีรูปร่างและมีความสำคัญแห่งชาติ เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีอิยะออนเซ็น แหล่งน้ำพุร้อนกลางแจ้งริมแม่น้ำที่ต้องนั่งเคเบิ้ลคาร์เข้าไปอีกด้วย

Dogo Onsen

|

โดโกะออนเซ็น

โดโกะออนเซ็น เป็นออนเซ็นที่ปรากฏอยู่ในหนังสือนิฮงโชกิ หนังสือประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างเสร็จในปี 720 (อายุประมาณ 1300 ปี) ออนเซ็นที่นี่เป็นออนเซ็นด่าง มีความอ่อนโยนต่อผิว ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้า ผ่อนคลาย และเชื่อกันว่าสามารถรักษาโรคเส้นประสาทใบหน้า และโรคระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดีได้อีกด้วย

Kyushu & Okinawa | คิวชูและโอกินาว่า

ภูมิภาคคิวชู เป็นเกาะที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัด มีทะเลและภูเขาอุดมสมบูรณ์ แหล่งประวัติศาสตร์ที่โดดเด่น และเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีจังหวัดโอกินาว่า ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะเล็ก ๆ กว่า 160 เกาะอีกด้วย

Mt. Aso | ภูเขาไฟอะโซ

ภูเขาไฟอะโซ เป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ยังไม่ดับอยู่ที่ใจกลางเกาะคิวชูในจังหวัดคุมาโมโตะ พื้นที่โดยรอบภูเขาจะเต็มไปด้วยหมู่บ้านเล็ก ๆ โดยปากปล่องภูเขาไฟมีชื่อว่าปากปล่องภูเขาไฟนาคาดาเกะ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมได้ด้วยกระเช้าไฟฟ้า ปีเขา หรือขับรถ เพื่อพบกับวิวทิวทัศน์ที่งดงามทั้งระหว่างทางและบริเวณภูเขาไฟ

Yakushima Island

|

เกาะยาคุชิมะ

เกาะยาคุชิมะ เป็นเกาะรูปทรงกลม ตั้งอยู่ในจังหวัดคาโกชิมะ อยู่ห่างจากเกาะคิวชูไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 60 กิโลเมตร มีต้นสนซีดาร์อายุเก่าแก่กระจายอยู่ทั่วเกาะ เป็นเกาะแห่งป่าและน้ำอันเก่าแก่ ที่เกาะยาคุชิมะนี้มีต้นสนโจมงซุงิ อายุกว่าสี่พันปี หญ้ามอส และระบบน้ำที่อุดมสมบูรณ์

Kitsuki Castle

|

ปราสาทคิทสึกิ

ปราสาทคิทสึกิ เป็นปราสาทที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น อายุประมาณ 600 กว่าปี แต่ถึงจะเป็นปราสาทที่เล็ก แต่บนหอคอยของปราสาทแห่งนี้ก็สามารถมองเห็นไปถึงภูมิภาคชิโคคุได้ ในปราสาทจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีบริการให้ทดลองสวมชุดเกราะและหมวกซามูไรด้วย

หลังจากที่ได้แนะนำสถานที่เที่ยวในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นตามแต่ละภูมิภาคแล้ว หวังว่าทุกท่านจะได้รับทั้งความรู้และแรงบันดาลใจในการไปท่องเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคใดของญี่ปุ่นหรือที่ใดในโลกใบนี้ก็ตาม ทุกที่ล้วนมีสิ่งที่น่าสนใจในตัวเอง และรอคอยให้มีคนไปค้นพบเสมอ 🔆

PKG Journey Line

“เพราะการเดินทางเป็นจุดเริ่มต้นของความสุข”

https://chillchilljapan.com/oshino-hakkai/

https://th.blog.kkday.com/1913/toshogu-shrine-nikko/

https://thesmartlocal.com/read/things-to-do-tohoku

https://www.dplusguide.com/2018/takamatsu-castle-ruins/

https://www.gplace.com/945489

https://www.japankakkoii.com/japan-guide/regions-prefectures-map/

https://www.japan-guide.com/e/e3034_001.html

https://www.japan-guide.com/e/e5903.html

https://www.japan-guide.com/e/e6528.html

https://www.japan-guide.com/e/e7975.html

https://www.japan-guide.com/list/e1102.html

https://www.jnto.or.th/attractions/highlight-of-japan-all-area/kanto/

https://www.jnto.or.th/attractions/highlight-of-japan-all-area/kyushu/natural-scenery/

https://www.jnto.or.th/attractions/highlight-of-japan-all-area/shikoku/

http://www.jp-rail-th.com/guidebook/recommend-area-using-jr-kanto-area-pass/

https://matcha-jp.com/th/1111

https://matcha-jp.com/th/2566

https://matcha-jp.com/th/4161

http://www.suigo-sawara.ne.jp/abroad_ta_ca3.html

https://www.talonjapan.com/category/area/chugoku/

https://www.talonjapan.com/farm-tomita/

https://www.talonjapan.com/toshogu-shrine/

https://www.urabandai-inf.com/en/?page_id=141

Content by Chataya Jiraasawakaew

เพิ่มเติม
ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

11 – 16 OCT’19 BY TG ราคา : 57,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J06_2) PKG KANSAI EXCITING 6D 4N (LEGOLAND)

PKG KANSAI EXCITING 6D 4N (LEGOLAND)

ttt

57,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม | 11 - 16
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ – โอซาก้า

20.00 น.        คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ทางบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

23.59 น.         ออกเดินทางสู่ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 622

วันที่สอง

โอซาก้า – เกียวโต – วัดเบียวโดอิน – อิงะ – หมู่บ้านนินจาอิงะ (โชว์นินจา) – มิซูงิ – ออนเซ็น

07.30 น.          เดินทางถึงท่าอากาศยานคันไซ เมืองโอซาก้า นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกียวโต เพื่อชม วัดเบียวโดอิน เป็นแบบอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมดินแดนอันบริสุทธิ์ของพุทธศาสนา (โจโด) ซึ่งเบียวโดอินถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 998 เป็นบ้านพักตากอากาศในชนบทของนักการเมืองที่มีมีอิทธิพล ฟูจิวะระ โนะ มิชินากะ และปรับปรุงวัดในปี 1053 โดยสร้างห้องโถงฟินิซ์ที่เป็นสัญลักณ์ของเหรียญ 10 เยน

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านนินจาอิงะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะ ตั้งอยู่เมืองอิงะ จังหวัดมิเอะ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เอกลักษณ์ที่ไม่มีที่อื่นๆ นอกเหนือไปจากญี่ปุ่นที่เป็นถิ่นกำเนิดของเหล่านินจา ภายในมีการจัดแสดงที่การแสดงทักษะและการฝึกฝนนินจาจริง ซึ่งภายในประกอบด้วยบ้านพักอาศัยในอดีต และในส่วนของห้องแสดงนิทรรศการ 2 ห้อง จะมีการจัดแสดงอาวุธและวัตถุสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเป็นนินจา รวมไปถึงงานเขียนในยุคโบราณ นอกจากนี้ยังมีโชว์ตื่นตาตื่นใจให้ดูให้ชมกันอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิซูงิ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HINOTANI ONSEN MISUGI RESORT หรือเทียบเท่า

http://www.misugi.com/

ค่ำ                 รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สาม

มิซูงิ – นาโกย่า – LEGOLAND JAPAN (เต็มวัน) – ช้อปปิ้งโอเอซิส 21 – ออนเซ็น

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเดินทางสู่สวนสนุก LEGOLAND JAPAN เป็นธีมพาร์คแห่งใหม่ที่เอาใจแฟนตัวต่อเลโก้ของเล่นคลาสสิค สร้างที่เมืองนาโกย่าวันที่ 1 เมษายน 2017 ซึ่งที่นี่ถือเป็นสวนสนุกแห่งแรกของญี่ปุ่นและแห่งที่ 8 ของโลก สร้างขึ้นบนพื้นที่ 93,000 ตารางเมตร มีเครื่องเล่นและกิจกรรมมากถึง 40 จุด ที่สามารถเล่นได้ทั้งครอบครัว ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์คือ แบบจำลองปราสาทนาโกย่า เลโก้แลนด์มี 7 โซนหลักๆ ซึ่งโซนที่ได้รับความนิยมคือ มินิแลนด์ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ถูกจำลองตามจุดที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น สร้างขึ้นด้วยเลโก้ที่นำมาต่อกันกว่า 25 ล้านชิ้น

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย

บ่าย            ให้อิสระท่านสนุกสนานต่อกับสวนสนุกเลโก้แลนด์ และได้เวลาอันสมควรจึงนำท่านเดินทางไปช้อปปิ้งต่อที่ โอเอซิส 21 ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองนาโกย่า โดยอาคารนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.2002 ภายในมีสถานที่ช้อปปิ้ง ร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ซึ่งส่วนมากจะจัดกันที่บริเวณพื้นที่สาธารณะ “Milky Way Square”

ค่ำ                รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร **พิเศษ! ให้ท่านลิ้มรสสุกี้ยากี้ปูที่ปรุงแบบพิถีพิถันของร้านดังในเมืองนาโกย่า

นำท่านเข้าสู่ที่พัก MIELPAQUE NAGOYA HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.mielparque.jp/nagoya/

วันที่สี่

นาโกย่า – ศาลเจ้าอัตสึตะ – โอซาก้า – อควาเรียม ไคยูคัง – ช้อปปิ้งชินไซบาชิ – อะมาซากิ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเดินทางสู่ ศาลเจ้าอัตสึตะ เป็นศาลเจ้าใหญ่รองจากศาลเจ้าอิเสะ สิ่งสักการะของศาลเจ้าแห่งนี้คือดาบคุซานางิ (Kusanagi-no-Tsurugi) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ประจำจักรพรรดิญี่ปุ่น และยังมีกำแพงที่โชกุนโอดะ โนบุนางะถวายให้ศาลเจ้าตามที่เคยได้อธิษฐานขอพรให้ได้รับชัยชนะในปีค.ศ 1560 ในพิพิธภัณฑ์วัดอัตสึตะ มีการจัดแสดงสิ่งของซึ่งมีประวัติความเป็นมาราว 6,000 ชิ้น ในทุกปีจะมีผู้มาสักการะประมาณ 6,500,000 คน นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอซาก้า

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ โอซาก้า เพื่อชม อควาเรียม ไคยูคัง เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีสัตว์น้ำจัดแสดงให้ได้ชมกันมากกว่า 580 ชนิด ถึง 30,000 ตัว โดยเฉพาะปลาฉลามวาฬที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวกว่า 4 เมตร ภายในแท้งก์ใต้มหาสมุทรแปซิฟิก จากนั้นให้อิสระท่าน ช้อปปิ้งชินไซบาชิ คือถนนคนเดินเส้นยาว อีกทั้งยังเป็นย่านการค้าชื่อดังของเมืองโอซาก้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้าเก่าแก่ปะปนไปกับร้านค้าอันทันสมัย และมีสินค้าหลากหลายรูปแบบ ไมว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งบันเทิงชั้นนำแห่งหนึ่งของเมือง รวมทั้งมีร้านอาหารทะเลขึ้นชื่อมากมายในราคาไม่แพงมากนัก ส่วนตรงกลางของถนนจะมีสะพานข้ามคลองซึ่งถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม นั่นก็คือตึกที่มีสัญลักษณ์คนวิ่งชูมืออันเป็นเครื่องหมายการค้าของกูลิโกะ จากนั้นนำท่านเดินสู่เมือง อะมาซากิ

ค่ำ              รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร **พิเศษ! ให้ท่านเต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารสดใหม่ อาทิ ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู ไก่ วัว ขนมหวาน และเครื่องดื่มซอฟดริ้งค์ไม่อั้น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก VISCHIO AMAGASAKI HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.hotelvischio-amagasaki.jp/

วันที่ห้า

อะมะกะซากิ – ** อิสระช้อปปิ้งใจกลางเมืองโอซาก้า หรือซื้อทัวร์เสริมยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เดินทางเองโดยรถไฟ ( ผู้ใหญ่ชำระเพิ่มท่านละ 3,000 บาท, เด็กชำระเพิ่มท่านละ 2,400 บาท )

เช้า           รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               ให้ท่านได้เลือกอิสระช้อปปิ้งใจกลางเมืองโอซาก้า หรือซื้อทัวร์เสริมยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เดินทางโดยรถไฟ (ผู้ใหญ่ชำระเพิ่มท่านละ 3,000 บาท / เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีชำระเพิ่มท่านละ 2,400 บาท ) เชิญท่านพบกับความอลังการซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งตำนานและจินตนาการของการผจญภัย ร่วมสนุกท้าทายกับเครื่องเล่นหลากหลายชนิดตื่นเต้นระทึกใจจากหนังดังที่ท่านชื่นชอบ เช่น ฉากเพลิงไหม้จากเรื่อง “แบ็คดราฟท์”ล่องเรือผจญภัยกับไดโนเสาร์จากเรื่อง“จูราสสิค พาร์ค” นั่งเรือเพื่อพบกับความน่าสะพรึงกลัวเหมือนอยู่ ในเหตุการณ์จริงกับ “จอว์” ใช้ทุนสร้าง มหาศาลกว่า 1,500 ล้านเยน (เฉพาะจอว์) และสนุกสนานไปกับเครื่องเล่นภาคใหม่ของ “สไปเดอร์แมน” ที่รอให้ท่านพิสูจน์ความมันส์ พร้อมทั้งพบกับโซนใหม่ “วันเดอร์แลนด์” เป็นโซนสวนสนุกสไตล์ครอบครัวให้ท่านได้เพลิดเพลินกับตัวการ์ตูนสุดน่ารักชื่อดังของญี่ปุ่น Hello Kitty, Snoopy, Sesame Street หรือสนุกสนานกับโซนใหม่ The Wizarding World of Harry Potter ที่สร้างเพื่อเอาใจเหล่าสาวกของแฮร์รี่พอตเตอร์  ให้ท่านได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศของโลกเวทมนตร์ในฉากต่างๆ จากภาพยนตร์ อาทิปราสาทฮอกวอตส์ เพลิดเพลินกับการสำรวจห้องเรียนเวทมนตร์คาถา ย่านฮอกส์มี้ด ร้านขายของแปลกประหลาดของเหล่าพ่อมดและแม่มดทั้งหลาย และที่ไม่ควรพลาดชิมคือ บัตเตอร์เบียร์เครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในโลกของพ่อมดและแม่มดแห่งนี้ (ไม่มีแอลกอฮอล์) และที่พลาดไม่ได้คือในโซนนี้ ที่ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลก คือโซน Harry Potter and the Forbidden Journey ที่มีการสร้างด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการ ถ่ายภาพ 4K ที่จะสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้ท่านเสมือนท่านได้เดินทางท่องโลกเวทมนตร์ไปกับแฮร์รี่พอตเตอร์เลยทีเดียว

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย

บ่าย             เชิญท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งหรือสนุกสนานกันอย่างต่อเนื่องกับเครื่องเล่นหลากหลายชนิดในยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก  VISCHIO AMAGASAKI HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.hotelvischio-amagasaki.jp/

วันที่หก

อะมะกะซากิ – ตลาดคุโรมง – อิออน – สนามบินนาริตะ – กรุงเทพฯ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเดินทางสู่ ตลาดคุโรมง เป็นตลาดสดซึ่งมีร้านค้าส่งและปลีกเรียงรายอยู่ มีประวัติมาตั้งแต่สมัยเอโดะตอนปลาย โดยสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านปลาสด ผัก ผลไม้ ผักดอง ร้านอาหาร ฯลฯ ราว 180 ร้าน ในวันธรรมดาจะมีพ่อค้าหรือพ่อครัวร้านอาหารในโอซาก้าพากันมาจับจ่ายซื้อหาวัตถุดิบไปประกอบอาหาร

 เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย

บ่าย           ให้ท่านอิสระกับย่านช้อปปิ้ง ณ ห้างอิออน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่โตใกล้สนามบินคันไซเพียง 15 นาที ภายในห้างแห่งนี้ได้รวมร้านค้า ร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า ร้านอาหารอีกมากมาย รวมไปถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่เพียบพร้อมไปด้วยสินค้าหลากหลายให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากจากญี่ปุ่นได้ตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ สนามบินโอซาก้า

17.35 น.       ออกเดินทางเพื่อกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 673

21.35 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และ เส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2-3 ท่านเท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์

เพิ่มเติม
ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

04 – 09 OCT’19 BY TG ราคา : 61,500.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J05_11) PKG TAKAYAMA KAMIKOCHI (APPLE PICKING) 6D 4N

PKG TAKAYAMA KAMIKOCHI (APPLE PICKING) 6D 4N

ttt

61,500.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม | 04 - 09
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ

20.00 น.         คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

วันที่สอง

สนามบินเซ็นแทร์ (นาโกย่า) – หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (จุดชมวิวชิโรยามะ) – ทาคายาม่า – ย่านเมืองเก่าซันมาชิซูจิ – ออนเซ็น

00.05 น.          ออกเดินทางสู่ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 644

08.00 น.         เดินทางถึง สนามบินเซ็นแทร์ เมืองนาโกย่า หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านไปยัง เมืองชิราคาวาโกะ เพื่อเที่ยวชม หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (จุดชมวิวชิโรยามะ) ซึ่งยังคงอนุรักษ์บ้านสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ดั้งเดิมและยังได้รับเลือกจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ในเดือนธันวาคมปีค.ศ. 1995 ซึ่งบ้านในสไตล์กัสโซ่ – สึคุริ จะมีความยาวประมาณ 18 เมตร ความกว้าง 10 เมตร โครงสร้างของบ้านสามารถรองรับหิมะที่ตกหนักในช่วงฤดูหนาวได้ดีและรูปร่างของหลังคาเหมือนกับสองมือของพระเจ้า จึงเรียกหมู่บ้านสไตล์นี้ว่า “กัสโซ่”

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               นำท่านเดินทางสู่ เมืองทาคายาม่า เที่ยวชม ย่านเมืองเก่าซันมาชิซูจิ ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนและสภาพแวดล้อมสมัยเอโดะไว้ได้เป็นอย่างดี โดยท่านจะได้ชมการดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมพร้อมเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ อีกทั้งให้ท่านได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศอันเก่าแก่แสนคลาสสิก 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HIDA PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.hida-hotelplaza.co.jp/english/

ค่ำ                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดี ผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวล และยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สาม

ทาคายาม่า – กระเช้าชินโฮทากะ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) – คามิโคจิ – สะพานคัปปาบาชิ – ชิระคะบะ – ออนเซ็น

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่าน นั่งกระเช้าชินโฮทากะ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) เป็นหนึ่งในกระเช้าที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มีระยะทางประมาณ 1,000 เมตร ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่งดงามของภูมิภาคโอคุฮิดะและยอดเขาโอคุโฮตาเกะดาเกะ นอกจากนี้ยังเป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น ซึ่งจุดเด่นของกระเช้าแห่งนี้ คือ มีขนาดใหญ่และสีสันอันสดใส  

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ คามิโคจิ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทิวทัศน์ภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มีฉากหลังอันงดงามของเทือกเขาแอลป์และความงดงามของแม่น้ำอาซุสะ สีฟ้าอมเขียวอยู่เบื้องล่าง ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะช่วงกลางเดือนหรือปลายเดือนเมษายนจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ก่อนจะปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาว จากนั้นนำท่านชม สะพานคัปปาบาชิ เป็นสะพานแขวนที่อยู่เหนือแม่น้ำอาซุสะใจกลางของเมืองคามิโคจิ ให้ท่านได้เก็บภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมืองชิระคะบะ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก IKENOTAIRA HOTEL หรือเทียบเท่า

https://hotel.ikenotaira-resort.co.jp/english/

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวล และยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สี่

ชิระคะบะ – มัตสึโมโต้ – ปราสาทมัตสึโมโต้ – สวนผลไม้ (เก็บผลไม้ตามฤดูกาล) – โกเท็มบะ เอ้าท์เล็ต – ทะเลสาบยามานาคะโกะ – ออนเซ็น

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเดินทางสู่ ปราสาทมัตสึโมโต้ เป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่มีความสวยงามที่สุดของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1504 ระหว่างช่วงโกลาหลของสงครามกลางเมือง โดยกำแพงหิน และคูน้ำรอบปราสาทยังคงสภาพเดิมเหมือนในอดีต เป็นปราสาทดั้งเดิมที่สามารถรอดพ้นจากการถูกทำลายด้วยเพลิงสงครามมาได้จนถึงปัจจุบัน บางครั้งปราสาทหลังนี้ก็ถูกเรียกว่า “ปราสาทอีกา” หรือปราสาทดำ นั่นก็เพราะด้านนอกของปราสาทได้ใช้สีดำเป็นสีหลักในการก่อสร้างนั่นเอง

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ สวนผลไม้ สัมผัสประสบการณ์เก็บผลไม้ตามฤดูกาล 

มกราคม พฤษภาคม เป็นฤดูกาลของสตรอเบอร์รี่ (เก็บแบบไม่อั้น)

มิถุนายน ต้นกรกฎาคม เป็นฤดูกาลของเชอร์รี่ (เก็บแบบไม่อั้น)

กรกฎาคม สิงหาคม เป็นฤดูกาลของพีช (เก็บแบบจำกัดจำนวนผลไม้)

กลางสิงหาคม กลางตุลาคม เป็นฤดูกาลขององุ่น (เก็บแบบไม่อั้น)

ตุลาคม กลางพฤศจิกายน เป็นฤดูกาลของแอปเปิ้ล สาลี่ และลูกพลับ (เก็บแบบจำกัดจำนวนผลไม้)

               จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โกเท็มบะ เอ้าท์เล็ต แหล่งรวมสินค้านำเข้าและสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่ดังไปทั่วโลก พบกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ล่าสุด อาทิ MK MICHEL KLEIN, MORGAN, ELLE, CYNTHIA ROWLEY ฯลฯ เลือกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อดังได้ที่ร้าน BALLY, PRADA, GUCCI, DIESEL, TUMOI, GAP, ARMANI ฯลฯ เลือกดูเครื่องประดับ และนาฬิกาหรูอย่าง TAG HEURE, AGETE, S.T.DUPONT, TASAKI, LONGINES ฯลฯ รองเท้าแฟชั่น HUSH PUPPIES, SCOTCH GRAIN, SKECHERS, HOGAN ฯลฯ ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่ ทะเลสาบยามานาคะโกะ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก FUJIMATSUZONO HOTEL หรือเทียบเท่า

http://fujimatsuzono.com/

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

*** ให้ท่านได้อิ่มหนำสำราญกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชนิดสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นขาปูยักษ์, ซูชิ ข้าวปั้นหน้าต่างๆ พร้อมเพิ่มรสชาติด้วยวาซาบิต้นตำรับ หรือจะเป็นเท็มปุระที่ทอดจนกรอบน่ารับประทานที่เสิร์ฟผักเครื่องเคียง นอกจากนี้ยังมีซารุโซบะ เส้นเหนียวนุ่มรสชาติเยี่ยม, ข้าวราดแกงกระหรี่, ข้าวผัดญี่ปุ่น, ไข่ตุ๋น และมิโซะซุป ***

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวล และยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่ห้า

ทะเลสาบยามานาคะโกะ – โอชิโนะฮักไก – โตเกียว – ช้อปปิ้งชินจูกุ

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านชม หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) จุดท่องเที่ยวที่สร้างเป็นหมู่บ้านเล็กๆ และยังเป็นจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ และแหล่งรวบรวมของฝากพื้นเมือง เช่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชาเขียว ผลไม้อบแห้ง และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านยังมีบ่อน้ำแร่ธรรมชาติให้ท่านได้ลองดื่มกันอีก จากนำท่านเดินทางสู่ มหานครโตเกียว

 เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

**พิเศษ! ให้ท่านได้ลิ้มรสชาบูชาบูเกรดพรีเมี่ยมเต็มอิ่มกับเนื้อหมู เนื้อวัว ที่คัดสรรมาอย่างดี ลวกพร้อมผักสดใหม่และเต้าหู้แสนอร่อย ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด และซอฟดริ้งแบบไม่อั้น

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ ย่านชินจูกุ เป็นย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อของกรุงโตเกียว ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้านานาชนิด ร้านร้อยเยน, แบรนด์เนม, อุปกรณ์, อิเล็กทรอนิกส์, ซานริโอช็อป, เสื้อผ้านำสมัย, กระเป๋า, รองเท้าวัยรุ่นอย่างโอนิทสึกะไทเกอร์  และเครื่องสำอางยอดนิยมอย่าง SHISEIDO, KANEBO, KOSE, SK-II ฯลฯ

 ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก SHINAGAWA PRINCE HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.princehotels.co.jp/shinagawa/

***หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่ต้องการพักห้องแบบเตียงใหญ่นอน 2 คน (DBL) จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 2,500 บาท ต่อห้อง/ต่อคืน และห้องมีจำนวนจำกัด***

วันที่หก

โตเกียว – วัดอะซะกุซ่า – ห้างอิออน – สนามบินนาริตะ – กรุงเทพฯ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านชม วัดอาซะกุซ่า วัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมทองคำ ซึ่งชาวญี่ปุ่นนิยมมาสักการะบูชาและพากันมาชมความยิ่งใหญ่ของโคมไฟขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 4.5 เมตร

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย

บ่าย           ให้ท่านอิสระกับย่านช้อปปิ้งของเมืองนาริตะที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ห้างอิออน แหล่งใหญ่รวบรวมสินค้าหลากหลายชนิดรอให้ท่านเลือกซื้อ เช่น เสื้อผ้าแฟชั่นนำสมัย, กระเป๋า, รองเท้า, เครื่องสำอาง, ของที่ระลึก, เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้ท่านอิสระในการเลือกซื้อของฝาก และสินค้าที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นก่อนกลับกรุงเทพฯ ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ สนามบินนาริตะ

17.25 น.       ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 677

21.55 น.      เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และเส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2 - 3 ท่าน เท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์

เพิ่มเติม
ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

17 – 23 OCT’19 BY TG ราคา : 65,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J13_11) PKG HOKKAIDO HOKADATE AUTUMN 7D 5N

PKG HOKKAIDO HAKODATE AUTUMN 7D 5N

ttt

65,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม | 17 - 23
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ – สนามบินชิโตเซ่

20.00 น.         คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

23.45 น.           ออกเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670

วันที่สอง

สนามบินชิโตเซ่ – โนโบริเบทสึ – กระเช้าไฟฟ้าโนโบริเบ็ทสึ – ฟาร์มหมีสีน้ำตาล – นิกเซ่มารีน พาร์ค– หุบเขานรกจิโกกุดานิ – ออนเซ็น

08.30 น.         เดินทางถึง สนามบินชิโตเซ่ เมืองซัปโปโร หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ เพื่อนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่ ฟาร์มหมีโนโบริเบทสึ ชมหมีสายพันธุ์พื้นเมืองฮอกไกโดไม่ว่าจะเป็นหมีสีน้ำตาลหรือหมีดำมากกว่า 100 ตัว โดยเฉพาะหมีสีน้ำตาลที่หาได้ยากในปัจจุบันที่พบได้ที่เกาะฮอกไกโด เกาะซาคาริน และหมู่เกาะคูรินเท่านั้น ซึ่งท่านจะได้พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ เช่น โชว์หมี โล้ชิงช้า ให้อาหารหมีอย่างใกล้ชิดโดยมีเพียงกระจกกั้นระหว่างท่านและหมีตัวใหญ่ที่คอย โบกไม้โบกมือเรียกร้องความสนใจ และร่วมสนุกกับการทายผลการแข่งวิ่งเป็ด เป็นต้น จากนั้นนำท่านไปยัง นิกเซ่มารีนพาร์ค เพื่อชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซึ่งท่านพบกับขบวนพาเหรดนกเพนกวินที่น่ารักอย่างใกล้ชิดแค่มือเอื้อม ชมโชว์แมวน้ำและโชว์ปลาโลมา นอกเหนือจากนั้นท่านยังจะได้รับความเพลิดเพลินจากปลาซาร์ดีนนับหมื่นตัวที่ว่ายวนอยู่ในแท็งก์กระจก ซึ่งการว่ายไปในทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงนั้นหาดูได้ยากในอควาเรียมทั่วไป ท่านยังจะได้เข้าอุโมงค์ใต้น้ำเพื่อดูปลาฉลามและสัตว์ทะเลอนุรักษ์ที่หายาก เช่น ปลาหมึกยักษ์ เต่าทะเล ม้าน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ จิโกกุดานิ ซึ่งมีความหมายว่าหุบผานรก หุบผานรกแห่งนี้เกิดจากภูเขาไฟซึ่งยังไม่ดับ จึงก่อให้เกิดน้ำพุร้อน และบ่อโคลนเดือดตามธรรมชาติอุดมไปด้วยแร่กำมะถันซึ่งเกิดจากความร้อนใต้พิภพ บริเวณด้านบนของผิวดินจะมีแร่กำมะถันสีเหลืองเป็นจำนวนมาก ท่านจะเห็นควันที่เกิดจากความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินตลอดเวลา ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NOBORIBETSU MAHOROBA HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.h-mahoroba.jp

คํ่า                รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ** เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สาม

โนโบริเบทสึ – ฮาโกดาเตะ – หอคอยโกะเรียวคะคุ – โมโตมาชิ – โกดังอิฐแดง – จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (รถบัส) – ออนเซ็น

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮาโกดาเตะ เพื่อชม หอคอยโกะเรียวคะคุ (ชมป้อมโกะเรียวคะคุ) ซึ่งโกะเรียวคะคุเป็นป้อมปราการแบบตะวันตกที่สร้างเสร็จเมื่อ 150 ปี มาแล้ว โดยวิวมุมกว้างอันงดงามของป้อมปราการรูปดาวและคูป้อมโดยรอบจะปรากฏแก่สายตาของผู้ชมจากลานสังเกตการณ์ของหอคอยโกเรียวคะคุที่มีความสูง 107 เมตร ซึ่งอยู่ติดกับตัวป้อม และคูป้อมรายล้อมไปด้วยต้นซากุระกว่า 1,600 ต้น ทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิหอคอยโกะเรียวคะคุกลายเป็นจุดชมซากุระลำดับต้นๆ ของฮอกไกโด ในฤดูร้อนคูป้อมรายล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่ม ซึ่งเปลี่ยนเป็นสีสันจากใบไม้สีแดงสดในฤดูใบไม้ร่วงก่อนจะถูกปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว ทำให้เกิดเป็นทิวทัศน์ที่งดงามเกินบรรยายในทุกๆ ฤดูกาล

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านสู่ โมโตะมาชิ ที่แห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามไม่เหมือนใคร ด้วยลักษณะถนนที่เป็นเนินทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของท่าเรือและสถาปัตยกรรมตะวันตก เช่น โบสถ์ต่างชาติและอาคารกงสุลเก่าแก่ได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านชม โกดังอิฐแดง สร้างตามแบบตะวันตกด้วยอิฐแดง แต่เดิมที่แห่งนี้เป็นโกดังของพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่สร้างเอาไว้เก็บสินค้าจากท่าเรือฮาโกดาเตะ แต่ปัจจุบันโกดังจำนวน 5 หลัง ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร้านค้าของที่ระลึก ร้านอาหาร โรงเบียร์ และอื่น ๆ หลังจากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าไปยัง จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (รถบัส) *** หมายเหตุ : กระเช้าไฟฟ้าปิดซ่อมแซมประจำปี ตั้งแต่วันที่ 16-27 ตุลาคม 2562 *** เป็นภูเขาที่สูง 334 เมตร วิวจากยอดเขาฮาโกดาเตะที่มองกลับลงมายังท่าเรือและตัวเมืองที่โอบล้อมด้วยทะเลทั้งสองข้างในยามค่ำคืนนั้นนับว่าสวยงามแปลกตาและว่ากันว่าเป็นวิวกลางคืนที่สวยงามที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HEISEIKAN KAIYOTEI HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.kaiyo-tei.com/

คํ่า              รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ** เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สี่

ฮาโกดาเตะ – ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ – ทะเลสาบโทยะ – โอตารุ – คลองโอตารุ – นาฬิกาไอน้ำโบราณ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – โจซังเค – ออนเซ็น

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านไปยัง ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ เป็นตลาดเช้าที่เปิดตั้งแต่ตีห้าถึงเที่ยง ในตลาดจะจำหน่ายอาหารทะเลสด เช่น ปู ไข่ปลาแซลม่อน หอยเม่น และผลไม้ เป็นต้น

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ เพื่อชม คลองโอตารุ ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณค.ศ.1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟูคลองนี้เคยถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าว ให้ท่านถ่ายรูปกับวิวคลองซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์ของเมืองและเดินเล่นตามอัธยาศัย และแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ นาฬิกาไอน้ำโบราณ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งนาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังทุกๆ 15 นาที หลังจากนั้นนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี เป็นอาคารเก่าแก่สองชั้นที่ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดงแต่โครงสร้างภายในทำจากไม้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 ปัจจุบันนับเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชาติ **สำหรับท่านใดสนใจที่จะทำกล่องดนตรีที่มีอันเดียวในโลกด้วยฝีมือของท่านเอง สามารถเลือกกล่องเพลงและตุ๊กตาประดับต่างๆ หลากหลายแบบตามใจชอบ เพื่อที่ท่านจะได้เก็บความประทับใจใส่ลงในกล่องดนตรีและเป็นของที่ระลึกจากเมืองโอตารุ (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)** จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโจซังเค

นำท่านเข้าสู่ที่พัก JOZANKEI GRAND HOTEL ZUIEN หรือเทียบเท่า

https://www.granj.co.jp/

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่ห้า

โจซังเค – สะพานแขวนฟุตามิ – สะพานโจซังเค – ฟาร์มโจซังเค (เก็บแอปเปิ้ล) – หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ (ด้านใน) – ศาลเจ้าฮอกไกโด

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเที่ยวชม สะพานแขวนฟุตามิ เป็นสะพานไม้สีแดงที่ทอดข้ามแม่น้ำโทโยฮิระ อีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยและห้ามพลาดของเกาะฮอกไกโด จากนั้นเดินทางไปยัง สะพานโจซังเค เพื่อถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองโจซังเคพร้อมกับเที่ยวชมความงามสะพานแดงโกยามะบนแม่น้ำโทโยฮิร่าที่มีบ้านเรือนรายล้อมท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี ต่อจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฟาร์มโจซังเค เพื่อเก็บแอปเปิ้ล (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายในโจซังเค เป็นแหล่งออนเซ็นอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติภายในเมืองซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด โดยมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 21 เฮกเตอร์เป็นอันดับ 1–2 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ที่นี่เป็นแหล่งเก็บเกี่ยวผลไม้มากมายหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเชอร์รี่, สตรอเบอร์รี่, องุ่น, แอปเปิ้ล, ลูกพรุน และลูกพลัม เป็นต้น

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านชม หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ (ด้านใน) เป็นแหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ซึ่งที่แห่งนี้ดูคลาสสิคและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือ Shiroi Koibit ซึ่งมีความหมายว่า ช็อกโกแลตขาวของคนรัก ท่านสามารถเลือกซื้อกลับไปให้คนที่ท่านรักทานหรือว่าซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน จากนั้นนำท่านสู่ ศาลเจ้าฮอกไกโด เป็นศาลเจ้าลัทธิชินโต ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะมะรุยะมะ เดิมชื่อศาลเจ้าซัปโปโร ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศาลเจ้าฮอกไกโด” เพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะเมืองฮอกไกโดที่มีศาลเจ้าชินโตนี้คอยปกปักษ์รักษาให้ชนชาวเกาะฮอกไกโดมีความสงบสุข ถึงแม้จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเก่าแก่นับพันปี แต่ที่นี่ก็เป็นที่สำหรับให้คนท้องถิ่นได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

**พิเศษ! ให้ท่านได้เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารทะเลสดใหม่ของฮอกไกโด อาทิเช่น ปูยักษ์ 3 ชนิด กุ้ง หอยเชลล์ ปลา ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู ไก่ วัว และเครื่องดื่มซอฟดริ้ง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KEIO PLAZA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/english/

**หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด**

วันที่หก

ซัปโปโร – ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) – หอนาฬิกา (ผ่านชม) – ถนนสายแปะก๊วย (Hokkaido University) – พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (ฟรีเบียร์ท่านละ 1 แก้ว) – ช้อปปิ้งทานุกิ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านชม ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร๊อคอเมริกาที่สร้างด้วยอิฐสีแดงทั้งหลัง โดยลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อน โดยตึกแดงหลังนี้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี ค.ศ.1886 และใช้ต่อเนื่องยาวมานานถึง 80 ปี ก่อนที่จะย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นอาคารสูง 10 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกแดงหลังนี้ ในปัจจุบันอาคารเก่าที่ยังงดงามอยู่นั้น ได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ.1911 ต่อมานำท่านผ่านชม หอนาฬิกา ซึ่งมีความเก่าแก่มากจนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1878 อาคารแรกเริ่มเดิมทีใช้เป็นที่ฝึกงานของวิทยาลัยการเกษตรฮอกไกโด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ในปัจจุบันแล้วสร้างหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1881 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรง ด้วยความเก่าแก่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานาน จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาติ จากนั้นนำท่านสู่ ถนนสายแปะก๊วย (Hokkaido University) นอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาแล้ว ที่นี่ยังเปิดให้ชาวเมืองฮอกไกโด รวมถึงนักท่องเที่ยวได้เข้าไปเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ตลอดทางเดินประมาณ 6 กิโลเมตร จะเต็มไปด้วยความสวยงามและโรแมนติก ไม่ว่าจะเป็นอาคารเรียนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเมจิ สนามหญ้า แนวต้นไม้ตอลดทางเดินในมหาวิทยาลัย ทำให้การเดินในมหาวิทยาลัยนั้นไม่น่าเบื่อเลยทีเดียว

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร เบียร์ซัปโปโรเป็นเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นและยังคงเป็นเบียร์ที่ได้รับความนิยมมากอีกด้วย ซึ่งตึกของโรงงานสร้างด้วยอิฐสีแดง ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งนี้ได้เปิดให้ชมประวัติความเป็นมา และขั้นตอนการผลิตเบียร์เพื่อจะออกมา  เป็นสินค้าเพื่อจัดจำหน่าย (พิเศษ! ให้ท่านได้ลิ้มรสเบียร์ฮอกไกโดแบบต้นตำรับท่านละ 1 แก้ว) จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งย่านทานุกิ ย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเมือง โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 บล็อก ภายในนอกจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน, เครื่องดนตรี, วิดีโอ, โรงภาพยนตร์ยังมีร้านอาหารมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่นด้วย เนื่องจากมีเกมส์เซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตา ที่ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าทานุกิเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1973 ให้ท่านได้สักการะอีกด้วย

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KEIO PLAZA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/english/

**หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด**

วันที่เจ็ด

ซัปโปโร – สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                  ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินชิโตเซ่ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

10.30 น.         ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 671

15.30 น.         เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และ เส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2-3 ท่านเท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์

เพิ่มเติม
ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

09 – 14 OCT’19 BY TG ราคา : 59,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J15_9) PKG HOKKAIDO SOUNKYO AUTUMN 6D 4N

PKG HOKKAIDO SOUNKYO AUTUMN 6D 4N

ttt

59,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม | 09 - 14
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ – สนามบินชิโตเซ่ 

20.00 น.        คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

23.45 น.         ออกเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670

วันที่สอง

สนามบินชิโตเซ่ – ฟุราโน่ – โรงงานผลิตชีส – สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะ (นั่งรถแทร็กเตอร์ชมสวน) – บิเอะ – บ่อน้ำสีฟ้า – โซอุนเคียว – ออนเซ็น

08.35 น.        เดินทางถึง สนามบินชิโตเซ่ เมืองซัปโปโร หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุราโน่ เพื่อเที่ยวชม โรงงานผลิตชีส ซึ่งโรงงานผลิตชีสและเนยคุณภาพสูงของเมืองฟูราโน่แห่งนี้เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมกระบวนการผลิตชีสแต่ละขั้นตอนไล่เรียงกันไปจนถึงห้องผลิตชีสและเนยด้วยตัวเองเป็น work shop ที่ใครๆ ก็สามารถเข้าร่วมทดลองทำกันได้ที่นี่

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านชมความงดงามของทุ่งดอกไม้หลากสี ณ สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะ (นั่งรถแทรกเตอร์ชมสวน) ให้ท่านเที่ยวชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอย่างเต็มอิ่มกับสวนที่ได้รับสมญานามว่าเป็น Flower Paradise เนิน 4 ฤดู ชิกิไซโนะโอกะตั้งอยู่ที่เมืองบิเอะ มีพื้นที่กว้างขวางถึง 7 เอเคอร์ ในช่วง Green Season คือตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมดอกไม้ที่นี่ เพราะเป็นช่วงที่มีดอกไม้ต่างๆ มากมายเบ่งบาน เช่น ดอกทิวลิปในช่วงเดือนพฤษภาคม ดอกไอซ์แลนด์ป๊อปปี้และดอกคอสมอสในเดือนมิถุนายน, ดอกลาเวนเดอร์เดือนกรกฎาคม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบิเอะ เพื่อชม บ่อน้ำ  สีฟ้า (Blue Pond) เป็นบ่อน้ำที่ถูกกักไว้จากการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันโคลนถล่มบริเวณภูเขาไฟในแถวนั้น การที่น้ำในบ่อมีสีฟ้าสดกว่าบ่อน้ำทั่วไปๆ ก็เป็นเพราะอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์จากการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่ในน้ำได้สะท้อนกับแสงแดดที่ส่องลงมา ซึ่งคำว่า “Aoi-ike” ในภาษาญี่ปุ่นนั้นแปลเป็นไทยได้ว่า “ บ่อน้ำสีฟ้า ”นั่นเอง นักท่องเที่ยวสามารถมาชมความงามของบ่อน้ำได้ตลอดทั้งปี ซึ่งความสดใสของสีฟ้าจากผืนน้ำจะขึ้นอยู่แสงแดดที่ส่องลงมาและจุดที่มอง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โซอุนเคียว

นำท่านเข้าสู่ที่พัก TAISETSU SOUNKYO HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.hotel-taisetsu.com/

คํ่า                รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม *** เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ ***

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สาม

โซอุนเคียว – นั่งกระเช้าไฟฟ้าคุโรดาเกะ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) – พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง – อะซาฮิคาว่า – หมู่บ้านราเมน – สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า – โจซังเค – ออนเซ็น

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่าน นั่งกระเช้าลอยฟ้าคุโรดาเกะ เพื่อเที่ยวชมวิวอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซังจากเขาคุโรดาเกะ ให้ท่านเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวในแต่ละฤดูกาล คือ ฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน, ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ซึ่งกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 101 ที่นั่ง และพาขึ้นไปยังชั้นที่ 5 ของหุบเขาคุโรดาเคะได้ โดยใช้เวลาประมาณ 7 นาที (ไป-กลับประมาณ 20 นาที) ** หมายเหตุ : กระเช้าจะไม่สามารถให้บริการได้ภายใต้สภาวะอากาศที่ลมแรง ฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ จะคืนเงินค่าบริการแทน ** จากนั้นนำท่านไปยัง พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะจากหิมะ ชื่นชมกับผลงานการปั้นตุ๊กตาหิมะและการแกะสลักหิมะโดยผลงานเหล่านี้เป็นผลงานของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียง ภายในถ้ำยังมีความสวยงามของหิมะที่เหมือนกับอยู่ในถ้ำหินงอกหินย้อย ให้ท่านได้สัมผัสความหนาวเย็นกับอุณหภูมิ -41 องศาเซลเซียส และพบกับความน่ารักของนางฟ้าทะเลคลีโอเน่

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย ณ หมู่บ้านราเมน (แจกคูปอง 1,000 เยน)

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ เมืองอะซาฮิคาว่า เพื่อเข้าสู่ หมู่บ้านราเมน ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1996 โดยรวบรวม 8 ร้านราเมนชื่อดังของเมืองอาซาฮิคาว่ามาอยู่รวมกันในที่เดียวและยังมีห้องเล็กๆที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านแห่งนี้ให้สำหรับผู้ที่สนใจได้มาศึกษา จากนั้นนำท่านเข้าชม สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า เป็นสวนสัตว์ชื่อดังติดอับดับต้นๆ ของญี่ปุ่น สวนสัตว์นี้ตั้งอยู่ที่เมืองอาซาฮิคาว่า เกาะฮอกไกโด จัดแสดงสัตว์ในมุมมองแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร สำหรับไฮไลท์ที่มีชื่อเสียงของสวนสัตว์นี้ คือ การแสดงพาเหรดนกเพนกวิน (การแสดงเฉพาะฤดูหนาว) ตู้ชมสระน้ำหมีขาวขั้วโลกเหนือ มีจุดให้ท่านเข้าไปชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิดจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโจซังเค

นำท่านเข้าสู่ที่พัก JOZANKEI MANSEIKAKU HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.milione.jp/

คํ่า              รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สี่

โจซังเค – สะพานแขวนฟุตามิ – สะพานโจซังเค – ฟาร์มโจซังเค (เก็บแอปเปิ้ล) – โอตารุ – คลองโอตารุ – นาฬิกาไอน้ำโบราณ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – ถนนซาไกมาจิ – ซัปโปโร

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านเที่ยวชม สะพานแขวนฟุตามิ เป็นสะพานไม้สีแดงที่ทอดข้ามแม่น้ำโทโยฮิระ อีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยและห้ามพลาดของเกาะฮอกไกโด ต่อด้วย สะพานโจซังเค นำท่านถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองโจซังเคประทับใจกับความงามของฤดูกาลสะพานแดง Koyama บนแม่น้ำ Toyohira ที่มีบ้านเรือนรายล้อมท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี ต่อจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฟาร์มโจซังเค เพื่อเก็บแอปเปิ้ล (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายในโจซังเค เป็นแหล่งออนเซ็นอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติภายในเมืองซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด โดยมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 21 เฮกเตอร์เป็นอันดับ 1–2 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ที่นี่เป็นแหล่งเก็บเกี่ยวผลไม้มากมายหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเชอร์รี่, สตรอเบอร์รี่, องุ่น, แอปเปิ้ล, ลูกพรุน และลูกพลัม เป็นต้น

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ เพื่อชม คลองโอตารุ ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณค.ศ.1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟูคลองนี้เคยถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าว ให้ท่านถ่ายรูปกับวิวคลองซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์ของเมืองและเดินเล่นตามอัธยาศัย และแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ นาฬิกาไอน้ำโบราณ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งนาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังทุกๆ 15 นาที หลังจากนั้นนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี เป็นอาคารเก่าแก่สองชั้นที่ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดงแต่โครงสร้างภายในทำจากไม้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 ปัจจุบันนับเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชาติ **สำหรับท่านใดสนใจที่จะทำกล่องดนตรีที่มีอันเดียวในโลกด้วยฝีมือของท่านเอง สามารถเลือกกล่องเพลงและตุ๊กตาประดับต่างๆ หลากหลายแบบตามใจชอบ เพื่อที่ท่านจะได้เก็บความประทับใจใส่ลงในกล่องดนตรีและเป็นของที่ระลึกจากเมืองโอตารุ (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) และอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งที่ ถนนซาไกมาจิ เป็นถนนสำหรับช้อปปิ้ง มีร้านขายของที่ระลึก และของฝาก ซึ่งร้านค้าต่างๆ จะเป็นอาคารเก่าโบราณทั้งสองข้างทาง ส่วนของฝากที่ขึ้นชื่อ ของถนนถนนซาไกมาจิ คือ ของจำพวกเครื่องแก้ว และกล่องดนตรี จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองซัปโปโร

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร

**พิเศษ! ให้ท่านได้เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารทะเลสดใหม่ของฮอกไกโด อาทิเช่น ปูยักษ์ 3 ชนิด กุ้ง หอยเชลล์ ปลา ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู ไก่ วัว และเครื่องดื่มซอฟดริ้ง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก SAPPORO EXCEL TOKYU HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.tokyuhotels.co.jp/sapporo-e/index.html

วันที่ห้า

ซัปโปโร – ** อิสระช้อปปิ้งใจกลางเมืองซัปโปโร ** (ไม่มีรถบริการ)

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                อิสระให้ท่านเที่ยวชมเมืองซัปโปโรตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น โรงงานช็อกโกแลตอิชิยะ, ศาลเจ้าฮอกไกโด, ทำเนียบเก่ารัฐบาล, ตลาดปลานิโจว หรือช้อปปิ้งจุใจ ที่ทานุกิ หรือเจอาร์ทาวเวอร์ เป็นต้น

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย

บ่าย             ให้ทุกท่านได้พักผ่อน หรือเลือกช้อปปิ้ง ณ ที่ต่างๆ ของซัปโปโรตามอัธยาศัย

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก SAPPORO EXCEL TOKYU HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.tokyuhotels.co.jp/sapporo-e/index.html

วันที่หก

สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม                

                  ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ สนามบินซิโตเซ่

10.30 น.         ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 671

15.30 น.         เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และ เส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2-3 ท่านเท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์

เพิ่มเติม
ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

04 – 10 DEC’19 BY TG ราคา : 59,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (JP08_4) PKG TAKAYAMA – OSAKA 7D 5N

PKG TAKAYAMA - OSAKA 7D 5N

ttt

59,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ธันวาคม | 04 - 10
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ

21.00 น.           คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

วันที่สอง

สนามบินเซ็นแทร์ – หมู่บ้านชิราคาวาโกะ – ทาคายาม่า – เมืองเก่าซันมาชิซูจิ – ออนเซ็น

00.05 น.          ออกเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น สนามบินเซ็นแทร์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 644

08.00 น.          เดินทางถึง สนามบินเซ็นแทร์ เมืองนาโกย่า หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ซึ่งยังคงอนุรักษ์บ้านสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ดั้งเดิม และได้รับเลือกจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในเดือนธันวาคม 1995 บ้านในสไตล์ กัสโซ่ – สึคุริ จะมีความยาวประมาณ 18 เมตร ความกว้าง 10 เมตร โครงสร้างของบ้านสามารถรองรับหิมะที่ตกหนักในช่วงฤดูหนาวได้ดี

เที่ยง               รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ** เซ็ทอาหารญี่ปุ่น **

บ่าย               เดินทางสู่ เมืองทาคายาม่า หรือที่เรียกอย่างหนึ่งว่า “ลิตเติ้ล เกียวโต”มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ที่เพียบพร้อมด้วยธรรมชาติและทัศนียภาพที่สวยงามมากมาย ซึ่งก่อให้เกิดเป็นแหล่งวัฒนธรรมอันล้ำค่า จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ย่านเมืองเก่าซันมาชิชูจิ ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนและสภาพแวดล้อม สมัยเอโดะ ไว้ได้เป็นอย่างดี ชมการดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมที่ท่านจะต้องประทับใจ พร้อมเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก ในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เพลิดเพลินกับบรรยากาศอันเก่าแก่

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL HIDA PLAZA หรือเทียบเท่า

http://www.hida-hotelplaza.co.jp/

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม ** เสิร์ฟท่านด้วยเซ็ทเมนูจักรพรรดิ์ ที่บรรจงจัดวางอย่างประณีต และเลือกสรรแต่วัตถุชั้นดี นำมาปรุงอาหารให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง **

**พิเศษ! เสิร์ฟพร้อมเนื้อฮิดะที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น **

---- หลังรับประทานอาหารค่ำขอเชิญท่านสัมผัสกับการแช่น้ำแร่สไตล์ญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า การอาบออนเซ็น ให้ท่านได้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง และชาวญี่ปุ่นยังเชื่อกันว่าการอาบน้ำแร่นั้นจะทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดีอีกด้วย ----

วันที่สาม

ทาคายาม่า – ตลาดเช้าทาคายาม่า – มิเอะ – มิตซุยพาร์คแจ๊สดรีมนางาชิมะเอ้าท์เล็ต – นาบานะ โนะซาโตะ (การแสดงไฟในฤดูหนาว)

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                  นำท่านชมบรรยากาศของ ตลาดเช้าเมืองทาคายาม่า สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในยามเช้า อากาศเย็นสบาย และความเรียบง่ายของเมืองแห่งนี้เป็นอีกสถานที่ในแดนปลาดิบที่น่าศึกษาและเรียนรู้ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าแบบพื้นเมือง ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ที่เก็บมาจากไร่สดๆ ของชาวบ้านแถบนั้น จากนั้นเดินทางสู่ จังหวัดมิเอะ ซึ่งอยู่ตอนกลางของเกาะฮอนชู มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งทะเลและภูเขา จึงรุ่งเรืองด้วยการเกษตรและประมง และมีของกินอร่อยๆ มากมาย ซึ่งนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และประเพณีโบราณแล้ว จังหวัดมิเอะยังมีธีมพาร์คและแหล่งช้อปปิ้งให้ได้เพลิดเพลินกันอีก

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ( เซ็ทอาหารญี่ปุ่น )

บ่าย              นำท่านเยือน มิตซุยพาร์คแจ๊สดรีมนางาชิมะเอ้าท์เล็ต ที่นี่เป็นเอาท์เล็ตขนาดใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สามารถเพลิดเพลินกับการซื้อของจนลืมเวลา ภายในเอาท์เลทได้รวบรวมร้านค้าแบรนด์หรูไว้มากมาย โดยร้านที่จะทำการรีโนเวทใหม่ได้แก่ Yves Saint Laurent, Maison Margiela, Balenciaga เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารชื่อดัง อาทิ Eggs ‘n Things, GELATO PIQUE CAFE เป็นต้น อีกทั้งยังมีร้านค้าแฟชั่น ร้านขายของกระจุกกระจิก และอื่นๆอีกมากมายที่มาตอบสนองทุกความต้องการของทุกคนอีกกว่า 302 ร้านค้า จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนดอกไม้ นาบานะ โนะซาโตะ พร้อมชมการประดับไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สำหรับที่นี่ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมซึ่งมีดอกไม้สวย ๆ มากมายพร้อมหลากหลายกว่า 40 ชนิด ซึ่งรวมถึงซากุระ ทิวลิป และคอสมอส (ดอกดาวกระจาย) ซึ่งเบ่งบานตามฤดูกาล ซึ่งท่านสามารถรื่นรมย์กับความงามของดอกไม้ ไม่ว่าจะมาเยือนในฤดูกาลใดก็ตาม ในช่วงฤดูหนาว ที่นี่จะมีการจัดงานประดับไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงการประดับไฟในอุโมงค์ยาว 200 เมตร “The Tunnel of Lights” นอกจากนี้ภายในสวน ยังมีร้านอาหารไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัยภายในสวน พร้อมคูปองมูลค่า 1,000 เยน

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL YOKKAICHI MAYAKO หรือเทียบเท่า

https://www.miyakohotels.ne.jp/yokkaichi/index.html

วันที่สี่

มิเอะ – เกาะไข่มุกมิกิโมโตะ – ดูโชว์ดำหอยมุก ( ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ) – ศาลเจ้าอิเสะ – ถนนคนเดินโอฮาไรมาจิ – ออนเซ็น

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านเดินทางสู่ เกาะไข่มุกมิกิโมโตะ มีชื่อเสียงด้านการผลิตไข่มุกคุณภาพดีเลิศ โดยโคคิชิ มิกิโมโตะ ถือเป็นราชาแห่งไข่มุก ผู้ก่อตั้งกิจการฟาร์มหอยมุกขึ้นในปี 1888 ซึ่งเป็นไข่มุกธรรมชาติทำให้ยากต่อการควบคุมคุณภาพและการผลิต ด้วยความมุ่งมั่นจึงทำให้เขาประสบความสำเร็จในการผลิตมุกเลี้ยงเป็นเจ้าแรกของโลก และในปี 1930 โคคิชิก็ได้รับเกียรติติด 1 ใน 10 นักประดิษฐ์ชั้นนำของญี่ปุ่น และทำให้ไข่มุกของมิกิโมโตะโด่งดังไปทั่วโลก **พิเศษ! ให้ทุกท่าน ได้ชมอามะ (Ama) หรือหญิงสาวนักดำน้ำซึ่งที่ทำหน้าที่ดำลงไปใต้ทะเลเพื่อที่จะเก็บหอยมุก ( ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ) ซึ่งหญิงสาวเหล่านี้จะต้องมีความคุ้นเคยกับทะเลเป็นอย่างดี สามารถดำน้ำได้อย่างเชี่ยวชาญจึงจะสามารถทำอาชีพนักดำน้ำหญิงนี้ได้**

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ** เซ็ทอาหารญี่ปุ่น **

บ่าย             นำท่านเข้าสักการะ ศาลเจ้าอิเสะ ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากสำหรับชาวญี่ปุ่นที่ชาวญี่ปุ่นถึงกับเอ่ยว่า “ต้องมาสักการะให้ได้สักครั้งในชีวิต” เพราะที่นี่ถือเป็นศาลเจ้าแห่งแรกของญี่ปุ่น เป็นศาลเจ้าของผู้ที่นับถือชินโต และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับราชวงศ์ญี่ปุ่น จึงนับได้ว่าเป็นศาลเจ้าที่สำคัญสูงสุด เนื่องจากชาวญี่ปุ่นนั้นมีความเชื่อกันว่าศาลเจ้าอิเสะนั้นเป็นที่สถิตย์ของเทพเจ้า Amaterasu หรือเทพเจ้าพระอาทิตย์ ซึ่งก็ตรงกับอีกชื่อหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนอาทิตย์อุทัย หลังจากนั้นนำท่านเปลี่ยนบรรยากาศเพลิดเพลินไปกับ ถนนโอฮาไรมาจิ เส้นทางเก่าที่เรียงรายไปด้วยอาคารสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และที่อยู่อาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HINOTANI ONSEN MISUGI RESORT หรือเทียบเท่า

http://www.misugi.com/

คํ่า                    รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม **ให้ท่านได้อิ่มหนำสำราญกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชนิดสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมกับขาปู ได้อย่างเต็มที่ **

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่ห้า

มิเอะ – โอซาก้า – ตลาดปลา คุโรมง – ช้อปปิ้งชินไซบาชิ

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                    เดินทางสู่ โอซาก้า จังหวัดที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองและขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของญี่ปุ่น เป็นเมืองเศษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคคันไซ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองและรอบๆเมืองมากมาย นำท่านเยือน ตลาดปลาคุโรมง ตลาดที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า จนได้รับสมญานามว่าเป็น ครัวของโอซาก้า ที่นี่มีบรรยากาศภายในเป็นทางเดิน เล็กๆทอดยาวประมาณ 600 เมตร 2 ข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆกว่า 160 ร้านค้า ขายทั้งของสด และแบบพร้อมทาน มีของกินเล่นและอาหารพื้นเมืองมากมายหลายชนิดให้ได้ชิมกัน

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ** บุฟเฟ่ต์ชาบูชาบูสไตล์ญี่ปุ่น **

บ่าย               ให้ทุกท่านช้อปปิ้งจุใจที่ ย่านชินไซบาชิ ถนนสายช้อปปิ้งที่มีความยาวมากถึง 600 เมตร เต็มไปด้วยร้านค้าปลีก ร้านเฟรนไชส์ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำ รวมถึงร้านอาหารและร้านขนมด้วย

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ( บุพเฟ่ต์ปิ้งย่าง ) ให้ท่านได้เลือกสรรอย่างเต็มที่  ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสันใน เนื้อสันนอก เนื้อหมูสไลด์ เนื้อไก่หมักเครื่องเทศ และผักสดนานาชนิด ให้ท่านเลือกได้อย่างตามใจชอบ เพื่อมาย่างบนกะทะร้อน พร้อมทั้งน้ำจิ้มสูตรพิเศษ นอกจากนี้ยังมีซูชินานาชนิด อุด้งร้อน พร้อมทั้งของหวานมากมาย เค๊ก ผลไม้ ไอศครีม ให้เลือกอย่างจุใจ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL OSAKA HINODE หรือเทียบเท่า

http://hinode-h.com/

วันที่หก

โอซาก้า –  *** อิสระช้อปปิ้งใจกลางเมืองโอซาก้า หรือซื้อทัวร์เสริมสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ *** เดินทางโดยรถไฟ  (ราคาผู้ใหญ่จ่ายเพิ่มท่านละ 3,000 บาท / ราคาเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีจ่ายเพิ่มท่านละ  2,400 บาท) ***

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                  อิสระช้อปปิ้งในโอซาก้า ( ไม่มีรถบัสบริการ ) หรือซื้อทัวร์เสริมยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สวนสนุกที่สร้างความบันเทิงให้กับคนแถบภูมิภาคคันไซมาหลายปีโดยการทุ่มทุนสร้างของบริษัทสร้างภาพยนตร์ HOLLYWOOD ชื่อดัง นั่นคือ UNIVERSAL STUDIO ซึ่งภายในได้จำลองสตูดิโอจากภาพยนตร์เรื่องดังๆ ที่ผ่านมาของทางบริษัทไว้มากมาย โดยเริ่มจาก ภาพยนตร์เรื่องแรก ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ สตีเว่น สปรีลเบิร์ก คือ E.T.  ซึ่งเป็นการนั่งจักรยานไปพร้อมกับ อีที และเดินทางข้ามจักรวาลเพื่อกลับไปยังบ้านเกิด ต่อจากนั้นไปยังสตูดิโอของ TERMINATOR  ภาพยนตร์คนเหล็ก ที่สร้างชื่อให้กับดาราดัง อาร์โนล์ ชวาสเซเน็กเกอร์ ท่านจะได้ดูภาพยนตร์ที่ไม่ได้ฉายตามโรงหนังแต่เป็นภาคพิเศษแบบดิจิตอล 2 มิติ และ 3 มิติ  รวมกระทั่งได้สัมผัสกับบรรยากาศเสมือนจริงกับตัวละครที่ออกมาโชว์กันนอกจอเลยทีเดียว จากนั้น ไปต่อยังสตูดิโอ NEW AMAZING ADVENTURE OF SPIDER MAN 4K3D" สไปเดอร์แมน หรือไอ้แมงมุมผู้โด่งดัง เมื่อได้มาดูแบบการฉายภาพสามมิติเทคนิคพิเศษ 4KHD×3D แล้ว ทำให้เหมือนกับตัวละครมาอยู่ตรงหน้าเราจริงๆ ยิ่งตื่นตาตื่นใจกว่าเดิมหลายเท่า ต่อด้วยเครื่องเล่นที่สร้างขึ้นเพื่อทดสอบความกล้า นั่นคือ HOLLYWOOD DREAM THE RIDE มีการนำเพลงแนว HIP HOP คลาสสิค หรือ J-POP มาใช้เป็น BGM ขณะเครื่องเล่นทะยานขึ้นฟ้า พร้อมทั้งพบกับโซนใหม่ UNIVERSAL WONDERLAND เป็นโซนสวนสนุกสไตล์ครอบครัวให้ท่านได้เพลิดเพลินกับตัวการ์ตูนสุดน่ารักชื่อดังของญี่ปุ่น HELLO KITTY, SNOOPY, SESAME STREET 

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย

บ่าย            เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งหรือสนุกสนานกันอย่างต่อเนื่องกับธีมพาร์คThe Wizarding World of Harry Potter ภายในธีมพาร์คจำลองสถานที่สำคัญมากมาย ที่ปรากฏในภาพยนตร์แฮรี่ พอตเตอร์ทั้งโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดฮอกวอตส์, หมู่บ้านฮอกส์มี้ด, ร้านฮันนีดุกส์ และร้านไม้กายสิทธิ์ โอลลิแวนเดอร์ รวมถึงเครื่องเล่นสุดล้ำด้วยเทคโนโลยี 4K

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก OSAKA HINODE HOTEL หรือเทียบเท่า

http://hinode-h.com/

วันที่เจ็ด

โอซาก้า – ปราสาทโอซาก้า ( เข้าชมด้านใน ) – อิออน มอลล์  – สนามบินคันไซ – กรุงเทพฯ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเข้าชม ปราสาทโอซาก้า ( เข้าชมด้านใน ) หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองโอซาก้า เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวหลักที่ใครมาเที่ยวโอซาก้าก็ต้องเดินทางมาที่นี่ด้วย หอคอยปราสาทจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 ชั้น ตัวปราสาทถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินคอนกรีต, คูน้ำ และสวนนิชิโนมารุ หลังจากนั้นนำท่านอิสระช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ห้างอิออน แหล่งใหญ่รวบรวมสินค้าหลากหลายชนิดรอให้ท่านเลือกซื้อ อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่นนำสมัย กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ของที่ระลึก เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ เป็นต้น

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย

บ่าย           สมควรแก่เวลา เดินทางสู่ สนามบินคันไซ

17.35 น.      ออกเดินทางเพื่อกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 673

21.25 น.      เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และเส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2 - 3 ท่าน เท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์

เพิ่มเติม
1 2 17
Page 1 of 17