ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

13 – 19 FEB’19 BY TG ราคา : 66,500.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J13_3) HOKKAIDO HAKODATE (SKI RESORT + OTARU SNOW LIGHT PART ) 7D 5N

HOKKAIDO HAKODATE (SKI RESORT + OTARU SNOW LIGHT PART) 7D 5N

flat,1000x1000,075,f.u1 (1)

66,500.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

กุมภาพันธ์ | 13 - 19
อัตราค่าบริการท่านละราคารวมตั๋วราคาไม่รวมตั๋ว
ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2-3 ท่าน66,500.-45,900.-
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักรวมผู้ใหญ่ มีเตียง59,900.-41,500.-
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักรวมผู้ใหญ่ ไม่มีเตียง53,500.-36,900.-
พักห้องเดี่ยว เพิ่มอีกท่านละ11,500.-11,500.-
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก                  กรุงเทพฯ  

20.30 น.        คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสาร และสัมภาระในการเดินทาง

23.55 น.        ออกเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670

 

วันที่สอง       สนามบินชิโตเซ่ – โนโบริเบทสึ – นิกเซ่ มารีนพาร์ค – ฟาร์มหมีโนโบริเบทสึ

                   (กระเช้าไฟฟ้า) – ออนเซ็น 

08.20 น.        เดินทางถึง สนามบินชิโตเซ่ เมืองซัปโปโร หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

เดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ นำท่านชม นิกเซ่มารีนพาร์ค เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พบกับขบวนพาเหรดนกเพนกวินที่น่ารักอย่างใกล้ชิดแค่มือเอื้อม ชมโชว์แมวน้ำ และโชว์ปลาโลมา นอกเหนือจากนั้น ท่านยังจะได้รับความเพลิดเพลินจากปลาซาร์ดีนนับหมื่นตัวที่ว่ายวนอยู่ในแท็งก์กระจก โดยความสวยงามอยู่ตรงที่สีเงินเลื่อมของปลาตัดกับน้ำสีน้ำเงิน ซึ่งการว่ายไปในทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงนั้น หาดูได้ยากในอควาเรียมทั่วไป โดยเฉพาะโชว์การให้อาหารปลา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ท่านไม่เคยสัมผัสมาก่อนแน่นอน ท่านยังจะได้เข้าอุโมงค์ใต้น้ำเพื่อดูปลาฉลามและสัตว์ทะเลอนุรักษ์ที่หายาก เช่น ปลาหมึกยักษ์ เต่าทะเล ม้าน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่ฟาร์มหมีโนโบริเบทสึ ชมหมีสายพันธุ์พื้นเมืองฮอกไกโดไม่ว่าจะเป็น     หมีสีน้ำตาลหรือหมีดำมากกว่า 100 ตัว โดยเฉพาะหมีสีน้ำตาลที่หาได้ยากในปัจจุบัน ที่พบได้ที่เกาะฮอกไกโด เกาะซาคาริน และหมู่เกาะคูรินเท่านั้น พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ เช่น โชว์หมีโล้ชิงช้า ให้อาหารหมีอย่างใกล้ชิดโดยมีเพียงกระจกกั้นระหว่างท่านและหมีตัวใหญ่ที่คอยโบกไม้โบกมือเรียกร้องความสนใจ และร่วมสนุกกับการทายผลการแข่งวิ่งเป็ด เป็นต้น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NOBORIBETSU MAHOROBA HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.h-mahoroba.jp/

คํ่า                รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม – เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟต์ขาปูยักษ์

----  พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ  ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ---

 

วันที่สาม       โนโบริเบทสึ – จิโกกุดานิ – ฮาโกดาเตะ – โกดังอิฐแดง – โมโตะมาชิ –  

                   จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (นั่งกระเช้าไฟฟ้า) – ออนเซ็น

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ จิโกกุดานิ ซึ่งมีความหมายว่าหุบผานรก หุบผานรกแห่งนี้เกิดจากภูเขาไฟซึ่งยังไม่ดับ จึงก่อให้เกิดน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือดตามธรรมชาติ อุดมไปด้วยแร่กำมะถันซึ่งเกิดจากความร้อนใต้พิภพ บริเวณด้านบนของผิวดินจะมีแร่กำมะถันสีเหลืองเป็นจำนวนมาก ท่านจะเห็นควันที่เกิดจากความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินตลอดเวลา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองฮาโกดาตะ

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านชม โกดังอิฐแดง (Red Brick Warehouse) สร้างตามแบบตะวันตกด้วยอิฐแดง แต่เดิมที่

แห่งนี้เป็นโกดังของพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่สร้างเอาไว้เก็บสินค้าจากท่าเรือฮาโกดาเตะ แต่ปัจจุบันโกดังจำนวน 5 หลัง ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร้านค้าของที่ระลึก ร้านอาหาร โรงเบียร์ และอื่นๆ นำท่านสู่          โมโตะมาชิ ซึ่งที่แห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามไม่เหมือนใคร ด้วยลักษณะถนนที่เป็นเนินทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของท่าเรือและสถาปัตยกรรมตะวันตก เช่น โบสถ์ต่างชาติและอาคารกงสุลเก่าแก่ได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านไปยัง จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (นั่งกระเช้าไฟฟ้า) ภูเขาที่สูง 334 เมตร วิวจากยอดเขาฮาโกดาเตะที่มองกลับลงมายังท่าเรือและตัวเมืองที่โอบล้อมด้วยทะเลทั้งสองข้างในยามค่ำคืนนั้น นับว่าสวยงามแปลกตาและว่ากันว่าเป็นวิวกลางคืนที่สวยงามที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว หมายเหตุ : กระเช้าจะไม่สามารถให้บริการได้ภายใต้สภาวะอากาศที่ลมแรงฝนตกหนัก เนื่องจากไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธ์ในการคืนเงินค่าบริการ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HEISEIKAN KAIYOTEI HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.kaiyo-tei.com/

คํ่า                รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม – เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

----  พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ  ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น –

 

วันที่สี่           ฮาโกดาเตะ – ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ – หอคอยโกะเรียวคะคุ (ชมสวนรูปดาว) –

                   โอตารุ – คลองโอตารุ – นาฬิกาไอน้ำโบราณ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี –

                   Otaru Snow Light Path Festival 2019

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านไปยัง ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ เป็นตลาดเช้าที่เปิดตั้งแต่ตีห้าถึงเที่ยง ในตลาดจะจำหน่ายอาหารทะเลสด เช่น ปู ไข่ปลาแซลม่อน และหอยเม่น พร้อมทั้งผลไม้ต่างๆ นำท่านเดินทางสู่ หอคอย      โกะเรียวคะคุ (ชมป้อมโกะเรียวคะคุ) โกะเรียวคะคุเป็นป้อมปราการแบบ ตะวันตกที่สร้างเสร็จเมื่อ 150 ปีมาแล้ว วิวมุมกว้างอันงดงามของป้อมปราการรูปดาวและคูป้อมโดยรอบจะปรากฏแก่สายตาของผู้ชมจากลานสังเกตการณ์ของหอคอยโกเรียวคะคุที่มีความสูง 107 เมตร ซึ่งอยู่ติดกับตัวป้อม คูป้อม  รายล้อมไปด้วยต้นซากุระกว่า 1,600 ต้น ทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิหอคอยโกะเรียวคะคุกลายเป็นจุดชมซากุระลำดับต้นๆ ของฮอกไกโด ในฤดูร้อนคูป้อมรายล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่ม ซึ่งเปลี่ยนเป็นสีสันเจิดจ้าจากใบไม้สีแดงสดในฤดูใบไม้ร่วง ก่อนจะถูกปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว เกิดเป็นทิวทัศน์ที่งดงามเกินบรรยายในทุกๆ ฤดูกาล จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย    เดินทางสู่ เมืองโอตารุ นำท่านชม คลองโอตารุ ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ค.ศ. 1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าว ให้ท่านถ่ายรูปกับวิวคลองซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์ของเมือง และให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย ชมอาคารเก่าแก่ริมคลองและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พาท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ นาฬิกาไอน้ำโบราณ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำ ประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุก 15 นาที จากนั้นนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี อาคารเก่าแก่สองชั้นที่ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดงแต่โครงสร้างภายในทำจากไม้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 ปัจจุบันนับเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชาติ สำหรับท่านใดสนใจที่จะทำกล่องดนตรีที่มีอันเดียวในโลกด้วยฝีมือของท่านเอง ท่านสามารถเลือกกล่องเพลง และตุ๊กตาประดับต่างๆ หลากหลายแบบตามใจชอบ เพื่อที่ท่านจะได้เก็บความประทับใจใส่ลงในกล่องดนตรีและเป็นของที่ระลึกจากเมืองโอตารุ

จากนั้นให้ท่านได้ ชมเทศกาลโคมไฟหิมะ ที่เรียกกันว่า Otaru Snow Light Path Festival ภายในเมืองตกแต่งไปด้วยโคมไฟหิมะและรูปปั้นน่ารักจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการจุดโคมไฟไว้หน้าบ้านและร้านค้าจำนวนมากเพื่อทำให้งานเทศกาลดูยิ่งใหญ่ขึ้น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก AUTHENT OTARU HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.authent.co.jp/

คํ่า                รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

วันที่ห้า         โอตารุ – คิโรโระ – ลานสกีคิโรโระ (รวมกิจกรรม Snow Park, Banana Boat,

                   Mini Snow Mobile, Snow Rafting) – ชิโตเซ่ – มิตซุย เอาท์เล็ต – ซัปโปโร

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคิโรโระ ให้ท่านเพลิดเพลินกับลานหิมะชื่อดังแห่งเกาะฮอกไกโด คิโรโระ สกีรีสอร์ท ที่จะให้ท่านได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมบนลานหิมะ มากมาย ได้แก่ Snow Park, Banana Boat, Mini Snow Mobile, Snow Rafting และรวมค่า Shuttle Bus ระหว่างลานกิจกรรมแล้ว  ** สำหรับท่านที่ต้องการเช่าอุปกรณ์สกี หรือต้องการขึ้นกระเช้ากอนโดล่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ มิตซุย เอาท์เล็ต ศูนย์รวมแฟชั่นทันสมัยแหล่งรวมพลของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกประกอบด้วยแบรนด์ดังถึง 128 แบรนด์ อาทิเช่น Coach Armani, Ralph Lauren, Seigo เพียบพร้อมด้วยสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็ก จนถึงอุปกรณ์กีฬา และสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ภายในห้าง ยังมีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่จุได้ 650 ที่นั่ง และมี Hokkaido Roko Farm Bridge ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากฟาร์มสดมาขายอีกด้วย

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ภัตตาคาร

พิเศษ! ให้ท่านได้ลิ้มรสสุกี้ยากี้น้ำดำสูตรต้นตำรับของฮอกไกโด จุดเด่นคือเนื้อของร้านที่คัดสรรมาอย่างดี ลวกแล้วนำมาจิ้มกับไข่ไก่สดจึงค่อยทาน จะได้รสชาติที่ละมุนนุ่มลิ้น ให้ทุกท่านอิ่มเต็มที่กับเนื้อหมูแบบไม่อั้น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KEIO PLAZA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/english/

หมายเหตุ สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด

 

วันที่หก         ซัปโปโร – ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) – ศาลเจ้าฮอกไกโด

                   โรงงานช็อกโกแลต อิชิยะ (ด้านนอก) – ทานุกิ ช้อปปิ้ง – เจอาร์ ทาว์เวอร์ ช้อปปิ้ง

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร๊อคอเมริกาที่สร้างด้วยอิฐสีแดงทั้งหลัง โดยลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อน ตึกแดงหลังนี้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี ค.ศ.1886 และใช้ต่อเนื่องยาวมานานถึง 80 ปี ก่อนที่จะย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นอาคารสูง 10 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกแดงหลังนี้ ในปัจจุบันอาคารเก่าที่ยังงดงามอยู่นั้น ได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ.1911

จากนั้นนำท่านสู่ ศาลเจ้าฮอกไกโด ศาลเจ้าลัทธิชินโต ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะมะรุยะมะ เดิมชื่อศาลเจ้าซัปโปโร ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นศาลเจ้าฮอกไกโด เพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะเมือง ฮอกไกโดที่มีศาลเจ้าชินโตนี้คอยปกปักษ์รักษาให้ชนชาวเกาะฮอกไกโดมีความสงบสุข ถึงแม้จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเก่าแก่นับพันปี แต่ที่นี่ก็เป็นที่สำหรับให้คนท้องถิ่นได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และนำท่านชม หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ แหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ที่นี่ดูคลาสสิคและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาจากไหนไม่ได้ โดยช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือ Shiroi Koibito ซึ่งมีความหมายว่า ช็อกโกแลตขาวของคนรัก  ท่านสามารถเลือกซื้อกลับไปให้คนที่ท่านรักทาน หรือว่าซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านก็ได้ นอกจากนี้ ท่านจะได้เลือกซื้อช็อกโกแลตแบบต่างๆมากมายที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกด้วย

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

พิเศษ! ให้ท่านได้เต็มอิ่มกับ บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารทะเลสดใหม่ของฮอกไกโด อาทิ ปูยักษ์ 3 ชนิด

กุ้ง หอยเชลล์ ปลา ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู ไก่ วัว และ เครื่องดื่มซอฟดริ้ง

บ่าย              หลังอาหารกลางวัน ได้เวลาอันสมควรนำท่านช้อปปิ้ง ย่านทานุกิ ถนนทานุกิโคจิเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเมือง โดยมีพื้นที่ทั้งหมด  7 บล็อก ภายในนอกจากจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน เครื่องดนตรี วิดีโอ โรงภาพยนตร์แล้ว ยังมีร้านอาหารมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่นด้วย เนื่องจากมีเกม  เซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตามากมาย นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีศาลเจ้าทานุกิเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1973 ด้วย จากนั้นให้ท่านช้อปปิ้งกันต่อ เจอาร์ ทาว์เวอร์ เป็นย่านที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากติดอยู่กับสถานีรถไฟฟ้าและรถประจำทางเลย ซึ่งบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่น อย่างห้างไดมารู ที่รวมร้านขายของและร้านอาหารชื่อดังของซัปโปโรไว้ เช่น ร้านซูชิ Nemuro Hanamaru ร้านหมูทอดทงคัตสึ Tadumura Tonkatsu ห้างสเตลล่า เพลส ที่เน้นขายเสื้อผ้าแฟชั่นของชาวญี่ปุ่นในราคาไม่แพงนัก ห้าง ESTA ที่มีทุกอย่าง ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า รองเท้า  แบรนด์เนม ไปจนถึงของเล่นเด็กและเครื่องสำอาง เป็นต้น

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KEIO PLAZA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/english/

หมายเหตุ สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด

 

วันที่เจ็ด       ซัปโปโร – สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ สนามบินชิโตเซ่ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

10.00 น.        ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 671

15.50 น.        เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 30 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 30 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 30 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์