ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

สงกรานต์
15 – 20 APR ’19 BY TG ราคา : 61,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J16_2) TAKAYAMA JAPAN ALPS 6D 4N

TAKAYAMA JAPAN ALPS 6D 4N

flat,1000x1000,075,f.u1 (1)

64,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

เมษายน | 15 - 20
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ 

20.00 น.        คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสาร และสัมภาระในการเดินทาง

วันที่สอง

นาโกย่า – เอะนะเคียว – ถนนประวัติศาสตร์นะกะเซ็นโด – มัตสึโมโต้ – ปราสาทมัตสึโมโต้ – โอมาจิ – ออนเซ็น

00.05 น.           ออกเดินทางสู่ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่นโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 644

08.00 น.         เดินทางถึงสนามบินเซ็นแทร์ เมืองนาโกย่า หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำทุกท่านย้อนเวลาเข้าสู่เส้นทางสายประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นคือ ถนนนะกะเซ็นโด ซึ่งอดีตเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อเมืองเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) และเมืองเกียวโต ด้วยความที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายประวัติศาสตร์โทไคโดจึงทำให้ถนนเส้นนี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงผู้ที่สัญจรผ่านด้วยร้านค้าและที่พักละลานตาตลอดสองข้างทาง ปัจจุบันถนนเส้นนี้ยังคงหยุดเวลาให้อยู่กับที่ และยังคงดำเนินต่อไปเช่นอดีตที่ผ่านมา ร้านค้ายังคงทำหน้าที่เฉกเช่นเดียวกับสมัยก่อนแต่ว่าเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น 

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                   นำทุกท่านเดินทางสู่เมืองมัตสึโมโต้ ชมความยิ่งใหญ่ของ ปราสาทมัตสึโมโต้ ซึ่งเป็นจุดแวะชมที่สำคัญของเมืองและเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่มีความสวยงามที่สุดของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1504 ระหว่างช่วงโกลาหลของสงครามกลางเมือง โดยกำแพงหินและคูน้ำรอบปราสาทยังคงสภาพเดิมเหมือนในอดีต เป็นปราสาทดั้งเดิมที่สามารถรอดพ้นจากการถูกทำลายด้วยเพลิงสงครามมาได้จนถึงปัจจุบัน บางครั้งปราสาทหลังนี้ก็ถูกเรียกว่า ปราสาทอีกา หรือปราสาทดำ เพราะด้านนอกของปราสาทได้ใช้สีดำเป็นสีหลักในการก่อสร้างนั่นเอง ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองโอมาจิ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KUROBE KANKO HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.kurokan.com/

 ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม – บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

----  พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ  ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น---

วันที่สาม 

โอมาจิ – เส้นทางสายอัลไฟน์ทาเตยาม่า คุโรเบะ (เขื่อนคุโรเบะ – กระเช้าทาเตยาม่า – กำแพงหิมะ) – คาตายาม่าซูโอออนเซ็น – ออนเซ็น             

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                       นำท่านสัมผัสใกล้ชิดกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติกับ เส้นทางสายอัลไพน์ทาเตยาม่า - คุโรเบะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเจแปนแอลป์ เป็นเส้นทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของจังหวัดโทยามะและจังหวัดนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น พาดผ่านวิวทิวทัศน์ที่สลับซับซ้อนของเทือกเขาแอลป์ หรือที่หลายๆ คนนิยมเรียกกันติดปากว่า เจแปนแอลป์  หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีโอกิซาว่า เพื่อโดยสารพาหนะของอุทยาน นั่งรถบัสรางไฟฟ้าลอดอุโมงอุโมงค์คันเด็น (สถานีโองิซาวะ - เขื่อนคุโรเบะ) ชม เขื่อนคุโรเบะ ที่มีความสูง 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล,ความสูงตัวเขื่อน 186 เมตร เป็นเขื่อนคอนกรีตแบบโค้ง (Arch dam) ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และนำทุกท่านนั่ง เคเบิ้ลคาร์ใต้ดิน จากสถานีทะเลสาบคุโระบะ – สถานีที่ราบสูงคุโรเบะไดระ เพื่อ นั่งกระเช้าไฟฟ้าทาเตยามะ (ที่ราบคุโรเบะไดระ-สถานีไดกันโบะ) เป็นการนั่งกระเช้าข้ามหุบเขาที่มีระยะทาง 1,700 เมตร เส้นทางแห่งนี้จะได้ชมวิวธรรมชาติสวยๆ พร้อมกับความตื่นเต้นนิดๆ ของการขึ้นกระเช้า เพราะเป็นกระเช้าที่เป็นลวดสลิงต้นทางถึงปลายทาง โดยไม่มีเสาค้ำหรือคั่นกลาง จนได้ฉายาว่า กระเช้าพาโนราม่า จากนั้นนำท่านนั่ง รถบัสไฟฟ้า (รถราง) ลอดอุโมงค์ (สถานีไดกันโบะ – มูโรโด) ด้วยระดับความสูง 2450 เมตร รถบัสนี้จะวิ่งลอดในอุโมงค์ที่เย็นจับขั้วหัวใจ ของเขาทาเตยามะ(ความสูง 3015 เมตร) โดยใช้พลังกระแสไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนดังนั้นจึงปราศจากควันและปลอดมลภาวะ นำท่านเคเบิลคาร์ทาเตยามะ (สถานี ทาเตยามะ – ที่ราบบิโจไดระ)

เที่ยง               รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                นำท่านชม กำแพงหิมะ ยุคิโนะโอทานิ (Yuki-no-Otani Snow Wall) ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนมิถุนายน นักท่องเที่ยวจะสามารถเดินเล่นระหว่างกองหิมะที่ทับถมกันสูงจนกลายเป็นกำแพงสองฝั่งซึ่งมีความสูงเกือบ 20 เมตรได้  จากนั้นนำท่านนั่ง Highland Bus (มูโรโด – ที่ราบบิโจไดระ) ที่จะทำให้ทุกท่านประทับใจและหลงใหลในทัศนียภาพจากการเดินทางต่างระดับโดยผ่านกำแพงหิมะทิวเขาสูง 1500 เมตร ต้นไม้ขนาดใหญ่ในป่าที่ราบสูงและแนวทิวเขา ทุกที่ของที่นี่ล้วนเป็นเส้นทางมีชื่อด้านภูมิประเทศทั้งสิ้น จากนั้นนำท่านนั่ง เคเบิ้ลคาร์ ทาเตยามะ (ที่ราบบิโจไดระ - สถานีทาเตยามะ) เป็นทางวิ่งเส้นทางเดียว ที่ความสูงระดับ 500 เมตร ความลาดชันโดยเฉลี่ย 24 องศา และข้างทางมีกองหินลักษณะพิเศษชื่อ “ไซโมคุ-อิชิ”(ไม้กลายเป็นหิน) จะมองเห็นได้จากในเคเบิลคาร์ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองคาตายาม่าซูโอออนเซ็น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก YUKAI RESORT NEW MARUYA HOTEL หรือเทียบเท่า

http://yukai-r.jp/newmaruya/

 ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม – บุฟเฟ่ต์

----  พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ  ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น---

วันที่สี่

คาตายาม่าซูโอออนเซ็น – หมู่บ้านฮิงาชิชายะ(ชิมซอฟท์ครีมเคลือบด้วยแผ่นทองคำเปลว)  – หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (จุดชมวิวชิโรยาม่า) – สวนนาบานาโนะซาโตะ (ชมเทศกาลประดับไฟ) – ยคไคจิ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เมืองบรรยากาศเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยสีสันชม หมู่บ้านฮิงาชิ ชายะ (Higashi Chaya District) เป็นหนึ่งในหมู่บ้านโรงน้ำชาและแหล่งผลิตชาชายะ ในสมัยเอโดะเป็นสถานบันเทิงให้แขกผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินไปกับการร้องเพลงและเต้นรำของเกอิชา ตลอดสองข้างทางในย่านนี้มีร้านขายของที่ระลึกและร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นสวยๆ เรียงรายอยู่มากมายและท่านยังจะได้อิ่มอร่อยและเพลิดเพลินไปกับการแวะชิมขนมตามร้านขนมสไตล์ญี่ปุ่น (วางาชิ) อีกหลายร้าน ของกินยอดนิยมอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือ ซอฟท์ครีมเคลือบด้วยแผ่นทองคำเปลว ของคานาซาวะนั่นเอง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ซึ่งยังคงอนุรักษ์บ้านสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ดั้งเดิม และยังได้รับเลือกจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ในเดือนธันวาคม 1995 บ้านในสไตล์ กัสโซ่ – สึคุริ จะมีความยาวประมาณ 18 เมตร ความกว้าง 10 เมตร โครงสร้างของบ้านสามารถรองรับหิมะที่ตกหนักในช่วงฤดูหนาวได้ดี และ รูปร่างของหลังคาเหมือนกับสองมือของพระเจ้า จึงเรียกหมู่บ้านสไตล์นี้ว่า  “กัสโซ่”

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                นำท่านชม สวนนาบานา โนะ ซาโตะ เป็นสวนดอกไม้ที่มีดอกไม้บานสะพรั่งบนเนื้อที่ประมาณ 3 แสนตารางเมตร มีทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่โดยเริ่มจากเรือนกระจกจะเพาะปลูกดอกบีโกเนีย (Begonia) และมีดอกไม้บานตามฤดูกาลตั้งแต่ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ทิวลิป กุหลาบ ไฮเดรนเยียไปจนถึงดอกรักเร่หรือดอกดาเลียและ ดอกคอสมอสในฤดูใบไม้ร่วง เป็นทัศนียภาพงดงามที่ติดตาตรึงใจ และชมเทศกาลสุดโรแมนติกกับการลอดอุโมงค์ไฟฟ้าที่ประดับด้วยดวงไฟหลากสีกว่าล้านดวง (ซึ่งจะเริ่มประมาณ 6 โมงเย็น) ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่ เมืองยคไคจิ

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัยภายในสวนนาบานาโนะซาโตะ  (คืนเงิน 2,000 เยน)

นำท่านเข้าสู่ที่พัก YOKKAICHI MIYAKO HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.miyakohotels.ne.jp/yokkaichi/index.html/ 

วันที่ห้า

ยคไคจิ – เกียวโต – วัดคิโยมิสึ – ย่านฮิกาชิยาม่า – โอซาก้า – ช้อปปิ้งย่านชินไซบาชิ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                        นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกียวโต ขอพร “วัดคิโยมิสึ” หรือวัดน้ำใส เป็นโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมที่ศักดิ์สิทธิ์และสักการะศาลเจ้าแห่งความรัก ตัววัดตั้งอยู่บริเวณเนินเขาจะมีน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 สาย ซึ่งน้ำแต่ละสายมีความหมายต่างกันและไม่ลืมที่จะแวะช้อปปิ้ง ณ ถนนสายกาน้ำชา  *** หมายเหตุ อาคารหลักของวัดคิโยมิสึ ปิดเพื่อทำการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี ตั้งแต่ปี 2017-2020 *** จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่  ย่านฮิกาชิยาม่า (Higashiyama) ถือได้ว่าเป็นย่านการค้าที่ฮอตฮิตมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโตซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านของกินเล่น ร้านขายสินค้าต่างๆ และร้านขนมพื้นเมือง สิ่งที่ทำให้ยานนี้มีเสน่ห์มากที่สุดก็น่าจะเป็นรูปแบบอาคารบ้านเรือนร้านค้าที่ยังคงความเก่าแก่เป็นสไตล์โบราณจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโอซาก้า

เที่ยง                    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

พิเศษ!! ให้ท่านได้ลิ้มรสชาบูชาบูเกรดพรีเมี่ยมเต็มอิ่มกับเนื้อหมู เนื้อวัว ที่คัดสรรมาอย่างดี ลวกพร้อมผักสดใหม่และเต้าหู้แสนอร่อยทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด และซอฟดริ้งแบบไม่อั้น

บ่าย                     อิสระให้ท่านได้ ช้อปปิ้งย่านชินไซบาชิ เป็นถนนคนเดินเส้นยาว อีกทั้งยังเป็นย่านการค้าชื่อดังของเมืองโอซาก้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้าเก่าแก่ปะปนไปกับร้านค้าอันทันสมัย และมีสินค้าหลากหลายรูปแบบ ไมว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งบันเทิงชั้นนำแห่งหนึ่งของเมือง รวมทั้งมีร้านอาหารทะเลขึ้นชื่อมากมายในราคาไม่แพงมากนัก ส่วนตรงกลางของถนนจะมีสะพานข้ามคลองซึ่งถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม นั่นก็คือตึกที่มีสัญลักษณ์คนวิ่งชูมืออันเป็นเครื่องหมายการค้าของกูลิโกะ

ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL VISCHIO OSAKA BY GRANVIA หรือเทียบเท่า

 https://www.hotelvischio-osaka.jp/news/detail/11358516995c241f46daf0d

 วันที่หก

โอซาก้า - ตลาดคุโรมง – ห้างอิออน – สนามบินคันไซ – กรุงเทพฯ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ตลาดคุโรมง เป็นตลาดสดซึ่งมีร้านค้าส่งและปลีกเรียงรายอยู่ มีประวัติมาตั้งแต่สมัยเอโดะตอนปลาย กินอาณาเขต ตั้งแต่แถวเซ็นนิชิมาเอะ ซึ่งสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้ามากมาย เช่น ร้านปลาสด ผัก ผลไม้ ผักดอง ร้านอาหาร ฯลฯ ราว ๆ 180 ร้าน ในวันธรรมดาจะมีพ่อค้าหรือพ่อครัวร้านอาหารในโอซาก้าพากันมาจับจ่ายซื้อหาวัตถุดิบไปประกอบอาหาร โดยประวัติของตลาดเริ่มจากราวปีค.ศ.1822-1823 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดวาคายาม่าและเมืองซาไก นำปลาสดมาขายที่ประตูดำ (Kuromon) ของวัด Enmei-ji จนกระทั่งถึงราวปี 1912 ก่อนที่จะเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ผู้คนยังคง เรียกตลาดดังกล่าวว่า ตลาด Enmeiji และเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สองทำให้เมืองโอซาก้าทั้งเมืองต้องเสียหายจากระเบิด ผู้คนจึงร่วมกันปฏิรูปเมืองและตลาด และทำการเปลี่ยนชื่อมาเป็นตลาด Kuromon เช่นทุกวันนี้

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย

บ่าย              ให้ท่านอิสระกับย่านช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า ชื่อดัง ห้างอิออน แหล่งใหญ่รวบรวมสินค้าหลากหลายชนิดรอให้ท่านเลือกซื้อ อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น นำสมัย กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ของที่ระลึก เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ สนามบินคันไซ

17.35 น.         ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 673

21.25 น.         เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 30 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 30 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าธรรมเนียมใดๆจากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 30 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์