ทัวร์ยุโรปโปรแกรมทัวร์

OCT – NOV’19
ราคา : 86,900.-
BY TG

ทัวร์ยุโรป | (E03_3) GRAND ITALY 9D 6N

GRAND ITALY 9D 6N

ttt

86,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม - พฤศจิกายน 2562
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียด

วันแรก

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

21.00 น.            คณะพร้อม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

วันที่สอง

กรุงเทพฯ – มิลาน (อิตาลี) – มหาวิหารดูโอโม – แกลเลอเรีย วิคเตอร์เอ็มมานูแอลเวโรน่า – โรมัน อารีนา – บ้านจูเลียต – จัตุรัสเออร์เบ – เวนิส เมสเตร์

00.40 น.            ออกเดินทางสู่ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 940 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชม.)

07.35 น.             เดินทางถึง ท่าอากาศยานมิลาโน-มัลเพนซา กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และพิธีการทางศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเที่ยวชมเมืองมิลาน เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิตาลี และเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่น จากนั้นชม มหาวิหารดูโอโม่ ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ถือว่ามีความใหญ่โตเป็นอันดับสามของโลก ใช้เวลาในการสร้างถึง 400 ปี โดยด้านนอกมีหลังคายอดเรียวแหลมทำจากหินอ่อนจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนสมัยต่างๆ กว่า 2,245 ชิ้น บนยอดมีรูปปั้นทองพระแม่มาดอนน่าขนาด 4 เมตร และเดินทางที่ แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล เป็นอาคารหรูหราทำทางเดินขนาดใหญ่คลุมด้วยช่องแสงโค้งดูสวยงามตระการตา ในแต่ละจุดตัดของทางเดินก็จะทำช่องแสงเป็นโดมโค้งดูเด่นสะดุดตา ด้านล่างนั้นขนาบข้างไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมต่างๆ เช่น ร้าน Prada ร้านแรกของโลก และท่านสามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับอาคารกระจกที่เก่าแก่และสวยงามได้อีกด้วย

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย                 นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวโรน่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นตำนานความรักของโรมิโอกับจูเรียต โดยเมืองแห่งนี้มีขนาดรองลงมาจากเวนิส ทั้งนี้ยังได้รับสมญานามว่า “LITTLE ROMAN” เพราะยังคงสภาพสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และถ่ายรูปกับ โรมัน อารีนา เป็นโรงละครกลางแจ้งแบบโรมัน ลักษณะเหมือนโคลอสเซี่ยมที่กรุงโรมแต่ขนาดเล็กกว่า ซึ่งโรงละครแห่งนี้ได้นำเรื่องราวความรักระหว่างโรมิโอกับจูเลียตมาเขียนเป็นบทละครเวที จึงโด่งดังและกลายตำนานเรื่องราวของโรมีโอกับจูเลียตขึ้นมา และเป็นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเมืองเวโรน่าเพิ่มมากขึ้น จากนั้นนำท่านชม บ้านของจูเลียต ซึ่งแท้จริงแล้วบ้านหลังนี้เคยเป็นของตระกูล คัพเพลโล ด้วยความบังเอิญที่ชื่อตระกูลนี้คล้ายกับตระกูลคาปุเล็ตของจูเลียต แต่กระแสของละครเวทีที่ดังมากนักท่องเที่ยวจึงอินกับเรื่องราวของโรมิโอกับจูเรียต โดยบ้านหลังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และได้ทำการปรับปรุงใหม่ในศตวรรษที่ 20 โดยเพิ่มระเบียงซึ่งเป็นที่ที่โรมิโอสารภาพรักกับจูเลียตในบทประพันธ์ อีกทั้งยังเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หญิงสาวจากทั่วโลกพากันมายืนที่ริมระเบียงแห่งนี้ และดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เขียนขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อนเพื่อจินตนาการถึงชายหนุ่มที่ชื่อโรมิโอ ต่อจากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัยบริเวณ จัตุรัสใจกลางเมือง ซึ่งเป็นถนนคนเดินที่สวยงาม โดยมีชุมนุมของชาวบ้านตั้งแต่ยุคโรมัน ตึกที่รายล้อมสีพาสเทลหวานๆ มีร้านเล็กๆ ลักษณะเหมือนตลาด ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส ฝั่งแผ่นดินใหญ่ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต

ค่ำ                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Venezia Mestre Castellana Hotel หรือเทียบเท่า

www.accorhotels.com/gb/hotel-3307-novotel-venezia-mestre-castellana/index.shtml

วันที่สาม

เวนิส เมสเตร์ – เกาะเวนิส – จตุรัสซาน มาร์โค – พระราชวังดอจส์ – ล่องเรือกอนโดล่า – เมืองปิซ่า – หอเอนเมืองปิซ่า –  เมืองฟลอเรนซ์

เช้า                 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ เพื่อไปยัง เกาะเวนิส เมืองในฝันของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน ชมความสวยงามของ จตุรัสซาน มาร์โค ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเกาะเวนิส ที่รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ มหาวิหารซานมาร์โค, พระราชวังดอจส์, ลีโอเน่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองเวนิส จากนั้นชม สะพานถอนหายใจ ที่ทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีตไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง โดยมีความเชื่อว่าสะพานแห่งนี้ คือ จุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ ซึ่งคุกแห่งนี้เป็นที่คุมขังนักรัก โดยคาสโนว่าเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ และอิสระให้ท่านเดินชมความโรแมนติกของเกาะแห่งนี้พร้อมทั้งช้อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น เครื่องแก้วมูราโน่ ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์กลางการผลิตมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 พิเศษ! ให้ท่านได้ล่องเรือกอนโดล่า Gondola เอกลักษณ์ของเมือง และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ชมความงามสุดแสนโรแมนติกของเกาะเวนิส

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง **มื้อพิเศษ! ให้ท่านลิ้มรสสปาเก็ตตี้หมึกดำ เสิร์ฟพร้อมปลา กุ้ง และปลาหมึกทอด ปิดท้ายด้วยไอศครีมสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ

บ่าย               นำท่านไปยัง ท่าเรือตรอนเคตโต้ และเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) เพื่อเข้าชมความมหัศจรรย์ของ หอเอนแห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางที่สร้างด้วยหินอ่อน ความสูง 181 ฟุต มี 8 ชั้นโดยเริ่มสร้างเมื่อปีค.ศ.1174 เสร็จเมื่อปีค.ศ.1350 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 176 ปี ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดัง สำหรับสาเหตุที่หอแห่งนี้เอียงนั้นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสร้างเสร็จแล้วฐานได้ทรุดไปข้างหนึ่งแต่ยังคงตั้งได้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชม.) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทัสคานี ต้นกำเนิดของศิลปะแบบเรอเนซองส์ อดีตเป็นศูนย์กลางด้านสถาปัตยกรรม วรรณกรรม และวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ อีกทั้งยังเป็นดินแดนที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลนักท่องเที่ยวใฝ่ฝันมาเยือนมากที่สุด

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Starhotels Vespucci, Florence หรือเทียบเท่า

www.starhotels.com/en/our-hotels/vespucci-florence/

วันที่สี่

ฟลอเรนซ์ – ชมเมืองเก่าฟลอเรนซ์ – เมืองอัสซีซี – มหาวิหารนักบุญ ฟรานซิส – กรุงโรม

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

                 นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองเก่าฟลอเรนซ์ เขตเมืองเก่าที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1982 ชมความยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์ประจำเมือง วิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร่ เป็นวิหารของเมืองฟลอเรนซ์ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีมาใช้ในการก่อสร้าง ทั้งสีชมพู สีเขียว และสีขาว ซึ่งนำมาผสมผสานกันได้อย่างงดงาม และเดินเล่นที่ จตุรัสเดลลาซิญญอเรีย ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของไมเคิล แองเจโล่ ถัดมาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเก่าแก่ สะพานเวคคิโอ (Vecchio) ที่มีความแปลกตาก็คือจะมีร้านขายทองและอัญมณีอยู่ทั้งสองข้างสะพาน

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ เมืองอัสซีซี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) ชมเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่นักแสวงบุญ และคริสตศาสนิกชนโดยเฉพาะคาทอลิกจะมาจาริกแสวงบุญกัน จากนั้นเที่ยวชม มหาวิหารนักบุญฟรานซิส สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นมหาวิหาร 3 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาทางด้านตะวันตกของเมืองอัสซีซี เดิมที่ดินบริเวณนี้แต่เดิมเรียกว่า “เนินนรก” แต่ปัจจุบันเรียกกันว่า “เนินสวรรค์” และนำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) เมืองหลวงของประเทศอิตาลี อดีตเป็นศูนย์กลางทางอำนาจและการปกครองของอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Marriott Park Hotel, Rome หรือเทียบเท่า

www.marriott.com/hotels/travel/romau-rome-marriott-park-hotel/

**หมายเหตุ : ที่พักในวันรุ่งขึ้นตั้งอยู่บนเกาะคาปรี คณะทัวร์จะต้องเดินทางโดยเรือและนั่งรถรางต่อเพื่อไปยังโรงแรม เพื่อความสะดวกจึงขอแนะนำให้ท่านแบ่งสัมภาระเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก     

วันที่ห้า

กรุงโรม – ปอมเปอี – เมืองเก่าปอมเปอี – เมืองซอเรนโต้ – เกาะคาปรี

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

                  นำท่านไปยัง เมืองปอมเปอี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) เป็นเมืองชายทะเลอันงดงามริมอ่าวเนเปิลส์ ทางตอนกลางของประเทศอิตาลี ในอดีตเป็นเมืองที่มั่งคั่งในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงาม ด้านการค้าที่เจริญรุ่งเรือง หรือแม้กระทั่งด้านวัฒนธรรมของชาวเมืองเองก็ตาม

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ เมืองเก่าปอมเปอี (พร้อมไกด์ท้องถิ่นบรรยายด้านใน) ชมสภาพของเมืองเก่าที่เคยถูกทับถมอยู่ใต้ดินและชั้นลาวาที่จับตัวแข็งหนาถึง 30 ฟุต เนื่องจากการระเบิดของภูเขาไฟวิชูเวียส ที่พ่นฝุ่นควัน หิน และก๊าซพิษจำนวนมาก ทำให้ชาวเมืองหายใจไม่ออกเพราะก๊าซพิษ บางคนเสียชีวิตเพราะหินขนาดใหญ่หล่นใส่หัว ต่อมาเกิดฝนตกซึ่งเต็มไปด้วยเถ้าถ่านที่ร้อนจัด เมื่อน้ำฝนผสมกับเถ้าถ่านกลายเป็นโคลนเดือดไหลทะลักลงมากลบเมืองจนชาวเมืองหลายร้อยคนเสียชีวิต หมายเหตุ: เตรียมนำกระเป๋าใบเล็กและสิ่งของจำเป็น ที่แยกไว้สำหรับพักบนเกาะคาปรีลงจากรถบัสใหญ่เพื่อต่อ Shutter Bus เข้าสู่ท่าเรือไปยังเกาะคาปรี จากนั้นนำท่านสู่ เมืองซอเรนโต้ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงของอิตาลี ตั้งอยู่ริมอ่าวเนเปิลส์ตอนใต้ แม้เมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองเล็กๆแต่เสน่ห์ของตัวเมือง ตึกและอาคารที่สร้างเล่นสีสันไปตามระดับเขา สีของท้องฟ้าครามและน้ำทะเลใสเป็นดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมที่แห่งนี้ได้ไม่ขาดสาย ต่อจากนั้นนั่งเรือสู่ เกาะคาปรี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นสวรรค์ของการพักตากอากาศของเหล่าคนดัง นับตั้งแต่ราชาแห่งแคว้น ศิลปิน นักออกแบบ ดารา นักการเมือง เป็นต้น ให้ท่านชมเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของการพักผ่อน และจุดชมวิวที่สามารถมองลงไปเห็นบ้านเรือนที่เรียงรายไล่ไปตามลาดเขาที่มีความงดงาม

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Regina Cristina Hotel, Capri หรือเทียบเท่า

http://www.hotelreginacristinacapri.com/

วันที่หก

เกาะคาปรี – ถ้ำบลูกร็อตโต้ – นาโปลี – ชมเมืองนาโปลี – กรุงโรม

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

                 นำท่านลงเรือเล็กชมความงามของ ถ้ำบลูกร็อตโต้ เป็นถ้ำปิดที่มีปากถ้ำอยู่ในทะเล มีจุดเด่น คือ เมื่อแสงตกกระทบกับน้ำทะเลสีครามจะทำให้ภายในบริเวณถ้ำเปล่งประกายไปด้วยแสงสีน้ำเงินเข้มงดงาม หมายเหตุ! การเข้าชมถ้ำ บลูกร็อตโต้นั้นขึ้นอยู่กับเรื่องระดับน้ำทะเลและสภาพอากาศ ณ วันนั้นด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับ เกาะคาปรี และโดยเรือเฟอร์รี่สู่ เมืองนาโปลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) เป็นเมืองท่าใหญ่อันดับสองของอิตาลี ตั้งอยู่ริมอ่าวเนเปิ้ล ซึ่งเมืองนาโปลีเป็นเมืองที่เริ่มมีการทำพิซซาขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในขณะนั้นจะใช้การทอดก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการอบในภายหลัง และชมเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร เป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลีมาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) เมืองหลวงของประเทศอิตาลี อดีตเป็นศูนย์กลางทางอำนาจและการปกครองของอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Regent Hotel Roma, Rome หรือเทียบเท่า

www.hotelregentroma.net/en-gb

วันที่เจ็ด

กรุงโรม – นครวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – โคลอสเซี่ยม โรมันฟอรัม (ด้านนอก) – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – ถนนแฟชั่นเวีย คอนดอตติ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านเดินทางสู่ นครวาติกัน รัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงโรม โดยมีพระสันตะปาปาเป็นองค์ประมุข เยี่ยมชม มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เป็นมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป บริเวณทางเข้าก่อนถึงตัวมหาวิหารท่านจะทึ่งกับความสวยงามของลานกว้างรูปไข่ที่งดงามอย่างมาก เรียกว่า เปียซซา ซาน พิเอโตร ซึ่งล้อมรอบด้วยเสา 284 ต้น และรูปปั้นนักบุญ 96 องค์ สำหรับบริเวณกลางลานจะเห็นเสาโอบิลิสก์อายุกว่า 2,000 ปี เมื่อเข้าไปภายในโบสถ์จะพบกับรูปสลักหินอ่อนพิเอต้า พระแม่มารีอุ้มศพของพระเยซูอยู่บนตัก เป็นผลงานแกะสลักหินอ่อนที่มีชื่อเสียงมากของไมเคิล แองเจโล่ และชมแท่นบูชาสำหรับพระสันตะปาปาทำพิธีมิสซา ตั้งอยู่เหนือที่ฝังศพของนักบุญปีเตอร์ อีกหนึ่งความงดงามของสถานที่แห่งนี้ คือ โดมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 42 เมตร ผสมผสานกับความงดงามของภาพวาดเฟรสโก้ภายใต้โดมขนาดใหญ่นี้ จากนั้นนำท่านเข้าชม โคลอสเซี่ยม ความยิ่งใหญ่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เป็นสนามกีฬายุคโบราณที่สามารถจุคนได้ถึง 50,000 คน มีอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปี เป็นสถานที่สำหรับให้ความบันเทิงในยุคนั้น โดยจัดให้มีการต่อสู้ระหว่างนักสู้ที่เราเรียกว่า กลาดิเอเตอร์ นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้ระหว่างนักโทษกับสัตว์ป่าที่ดุร้ายอย่างเช่นสิงโต เสือ หมี ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลและชื่อเสียงมากมาย ส่วนผู้แพ้จะถูกตัดสินว่าให้มีชิวิตรอดหรือไม่ โดยการยกหัวแม่มือของผู้ชมหรือกษัตริย์ ต่อมานำท่านสู่ โรมันฟอรัม (ชมด้านนอก) อดีตเคยเป็นศูนย์กลางของชุมชน ทั้งการเมือง ศาสนา การค้า และการปกครองด้วย ปัจจุบันคงเหลือแต่ซากปรักหักพังแต่ก็ยังสามารถเห็นเค้าโครงของความยิ่งใหญ่ได้

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย             เที่ยวชมความงามของ น้ำพุเทรวี่ ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุแห่งนี้ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ แล้วหันหลังใช้มือขวาโยนเหรียญข้ามบ่าซ้ายลงไปในน้ำพุแห่งนี้แล้วจะได้มีโอกาสได้มาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง จากนั้นให้ท่านได้เดินเล่นบริเวณ บันไดสเปน ซึ่งเป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งมีทั้งหมด 138 ขั้น และยังตั้งอยู่ด้านหน้าถนนคอนดอตติ ซึ่งที่นี่เต็มไปด้วยห้างหรูๆ ขายสินค้าเครื่องประดับยี่ห้อดัง และอิสระให้ท่านช้อปปิ้ง ถนนแฟชั่นเวีย คอนดอตติ โดยถนนสายนี้ทอดยาวอยู่ตรงข้ามบันไดสเปน คือ ถนนแฟชั่นแห่งกรุงโรม รายล้อมไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังอย่าง ปราด้า แอร์เมส หลุยส์ วิตตอง ฯลฯ รวมถึงร้านค้าแบรนด์เนมของอิตาลีเอง ซึ่งสินค้าของอิตาลีจำพวกเครื่องหนังจะมีชื่อเสียงมาก

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Regent Hotel Roma, Rome หรือเทียบเท่า

www.hotelregentroma.net/en-gb

วันที่แปด

โรม  –  กรุงเทพฯ TG 945 (13.55 - 05.45+1)

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   ได้เวลาอันสมควรนำท่านไปยัง ท่าอากาศยานเลโอนาร์โด ดาวินชี-ฟีอูมีชีโน กรุงโรม เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับ

13.55 น.         ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 945

วันที่เก้า

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

06.05 น.        เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์