ทัวร์ยุโรปโปรแกรมทัวร์

OCT – DEC’19
ราคา : 108,900.-
BY TG

ทัวร์ยุโรป | (E02_4) ITALY-SWISS-FRANCE 10D 7N

ITALY-SWISS-FRANCE 10D 7N

ttt

108,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม - ธันวาคม 2562
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียด

วันแรก

สนามบินสุวรรณภูมิ

20.00 น.          คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

วันที่สอง

กรุงเทพฯ – โรม (อิตาลี) >> TG 944 ( 00.01 - 06.00 ) – นครวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – โรมันฟอรั่ม –

น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – ฟลอเรนซ์

00.01 น.           นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG944

06.00 น.          ถึง สนามบินลีโอนาร์โด ดาวินชี่ ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อย จากนั้นนำท่าน ชมกรุงโรม (Rome) เมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของชนชาติโรมัน นำท่านเดินทางสู่ นครวาติกัน (Vatican) รัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงโรม โดยมีพระสันตะปาปาเป็นองค์ประมุข นำท่านเยี่ยมชม มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica) มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป บริเวณทางเข้าก่อนถึงตัวมหาวิหาร ท่านจะทึ่งกับความสวยงามของลานกว้างรูปไข่ที่งดงามอย่างมาก เรียกว่า เปียซซา ซาน พิเอโตร ซึ่งล้อมรอบด้วยเสา 284 ต้น และรูปปั้นนักบุญ 96 องค์ บริเวณกลางลานจะเห็นเสาโอบิลิสก์ อายุกว่า 2,000 ปี เมื่อเข้าไปภายในโบสถ์จะพบกับรูปสลักหินอ่อนพิเอต้า (Pieta) พระแม่มารีอุ้มศพของพระเยซูอยู่บนตัก ผลงานแกะสลักหินอ่อนที่มีชื่อเสียงมากของไมเคิล แองเจโล่ ชมแท่นบูชาสำหรับพระสันตะปาปาทำพิธีมิสซา ตั้งอยู่เหนือที่ฝังศพของนักบุญปีเตอร์ และอีกหนึ่งความงดงามของสถานที่แห่งนี้คือโดมขนาดเส้นผ่าศูนย์ กลาง 42 เมตร ผสมผสานกับความงดงามของภาพวาดเฟรสโก้ภายใต้โดมขนาดใหญ่นี้ ผ่านชม โรมันฟอรั่ม แหล่งชุมนุมของชาวโรมันในอดีต สนามแข่งรถม้าศึกเซอร์กัส แม็กซิมุส หรือที่รู้จักกันดีในภาพยนตร์เรื่อง “เบนเฮอร์” จากนั้นนำท่านเก็บภาพความประทับใจกับ โคลอสเซี่ยม (Colosseum) ความยิ่งใหญ่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสนามกีฬายุคโบราณที่สามารถจุคนได้ถึง 50,000 คน มีอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปี เป็นสถานที่สำหรับให้ความบันเทิงในยุคนั้น โดยจัดให้มีการต่อสู้ระหว่างนักสู้ที่เราเรียกว่า กลาดิเอเตอร์ นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้ระหว่างนักโทษกับสัตว์ป่าที่ดุร้ายอย่างเช่นสิงโต เสือ หมี ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลและชื่อเสียงมากมาย ส่วนผู้แพ้จะถูกตัดสินว่าให้มีชิวิตรอดหรือไม่โดยการยกหัวแม่มือของผู้ชมหรือกษัตริย์

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย              นำชมความงามของ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุแห่งนี้ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ แล้วหันหลังใช้มือขวาโยนเหรียญข้ามบ่าซ้ายลงไปในน้ำพุแห่งนี้แล้วจะได้มีโอกาสได้มาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง จากนี้ให้ท่านได้เดินเล่นบริเวณ บันไดสเปน (Spanish steps) ซึ่งมีทั้งหมด 138 ขั้น และยังตั้งอยู่ด้านหน้าถนนคอนดอตติ ที่นี่เต็มไปด้วยห้างหรู ขายสินค้าประเภทเครื่องประดับ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ (ระยะทาง 300 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. 30 นาที) เมืองหลวงของแคว้นทัสคานี ต้นกำเนิดของศิลปะแบบเรอเนซองส์ อดีตศูนย์กลางด้านสถาปัตยกรรม วรรณกรรม และวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ ดินแดนที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันมาเยือนมากที่สุด

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Starhotels Vespucci, Florence หรือเทียบเท่า

www.starhotels.com/en/our-hotels/vespucci-florence/

วันที่สาม

ฟลอเรนซ์ – เมืองปิซ่า – หอเอนปิซ่า – ชมเมืองเก่าฟลอเรนซ์ – เมืองเวนิส

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                    นำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) (ระยะทาง 86 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เพื่อเข้าชมความมหัศจรรย์ของ หอเอนแห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้นโดยเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1174 แล้วเสร็จ เมื่อ ค.ศ.1350 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 176 ปี สำหรับหอเอนปิซ่า ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้สวยงามมาก ส่วนสาเหตุที่เอียง นั้นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสร้างเสร็จแล้วฐานได้ทรุดไปข้างหนึ่ง เมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ยังไม่ล้ม ยังคงเอียงอยู่เช่นทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฟลอเรนซ์ (ระยะทาง 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 20 นาที) 

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย              นำท่าน ชมเมืองเก่าฟลอเรนซ์ เขตเมืองเก่าที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกเมื่อ ปีค.ศ.1982 ชมความยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์ประจำเมือง วิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร่ (Santa Maria Dell Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์แห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีมาใช้ในการก่อสร้าง ทั้งสีชมพู สีเขียว และสีขาว ซึ่งนำมาผสมผสานกันได้อย่างงดงาม และอีกอย่างหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือโดมที่ท่านสามารถมองเห็นได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมือง

                 นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของไมเคิล แองเจโล่ ถัดมาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเก่าแก่ สะพานเวคคิโอ (Vecchio) ที่มีความแปลกตาก็คือจะมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้างสะพาน นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส (Venice Mestre) (ระยะทาง 250 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Venezia Mestre Castellana Hotel หรือเทียบเท่า

www.accorhotels.com/gb/hotel-3307-novotel-venezia-mestre-castellana/index.shtml

วันที่สี่

เมืองเวนิส – เกาะเวนิส – จัตุรัสซาน มาร์โค – สะพานถอนหายใจ – มิลาน – มหาวิหารดูโอโม่ (ด้านนอก) – แกลลอเรีย วิคเตอร์เอ็มมานูเอล 

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) เพื่อโดยเรือทัศนาจรสู่ เกาะเวนิส (Venice Island) เมืองในฝันของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน ชมความสวยงามของ จตุรัสซาน มาร์โค (Piazza San Marco) จุดศูนย์กลางของเกาะเวนิส ที่รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ มหาวิหารซานมาร์โค (St. Mark’s Basilica) เดิมที่เป็นโบสถ์ส่วนตัวของผู้ครองเมืองในสมัยนั้น, พระราชวังดอจส์ (Doge’ s Palace) และ ลีโอเน่ (Lione) รูปปั้นสิงโตตัวใหญ่ติดปีกพร้อมถือหนังสือ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองเวนิส ชม สะพานถอนหายใจ ที่ทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีตไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ คุกแห่งนี้เป็นที่คุมขังนักรัก “คาสโนว่า” ซึ่งเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้  อิสระให้ท่านเดินชมความโรแมนติกของเกาะแห่งนี้พร้อมทั้งช้อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงมากมายอย่างเช่น เครื่องแก้วมูราโน่ ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์กลางการผลิตมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 **ทัวร์เสริม!! ล่องเรือกอนโดล่า Gondola เอกลักษณ์ของเมือง และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ชมความงามสุดแสนโรแมนติกของเกาะเวนิส (กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์)**

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง **ลิ้มรสสปาเก็ตตี้หมึกดำ เสิร์ฟพร้อมปลา, กุ้ง และปลาหมึกทอด ปิดท้ายด้วยไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ และเดินทางสู่ฝั่งเวนิสเมสเตร้ และนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (MILAN) (ระยะทาง 260 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิตาลี เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่น นำท่านสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ของเมือง ชม มหาวิหารดูโอโม่แห่งเมืองมิลาน (Milan Duomo) มหาวิหารนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่ถือว่ามีความใหญ่โตเป็นอันดับสามของโลก เริ่มสร้างในปี ค.ศ.1386 แต่กว่าจะเสร็จต้องใช้เวลากว่า 400 ปี ด้านนอกมีหลังคายอดเรียวแหลมที่ทำจากหินอ่อนจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากสมัยต่างๆ กว่า 2,245 ชิ้น ยอดที่สูงที่สุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าตั้งเป็นสง่าอยู่ด้านบน จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมอีกหนึ่งที่ ที่มีชื่อเสียงเป็นอาคารหรูหรามีทางเดินขนาดใหญ่คลุมด้วยช่องแสงโค้งดูสวยงามตระการตา ในแต่ละจุดตัดของทางเดินก็จะทำช่องแสงเป็นโดมโค้งดูเด่นสะดุดตา ด้านล่างขนาบข้างไปด้วยร้านค้าแบรนด์แนมต่างๆที่ แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galerie Victor Emmanuel) (ร้าน Prada ร้านแรกของโลก) ท่านสามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจากด้านในซึ่งเป็นอาคารกระจกที่เก่าแก่และสวยงาม

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน  

นำท่านเข้าสู่ที่พัก DoubleTree by Hilton Hotel, Milan หรือเทียบเท่า

https://doubletree3.hilton.com/en/hotels/italy/doubletree-by-hilton-hotel-milan-MILDTDI/

วันที่ห้า

มิลาน – เมืองลูเซิร์น (สวิสเซอร์แลนด์) – อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล – อินเทอร์ลาเคน

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

               นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ระยะทาง 240 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของสวิสเซอร์แลนด์ อดีตหัวเมืองโบราณของสวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้วก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขา และไหล่เขาสลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

บ่าย            นำท่านชม อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง และเมืองลูเซิร์น นำท่านชม สะพานไม้ชาเปล (Chape Bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลกมีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์ และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว อิสระเดินเล่นชมเมืองลูเซิร์น ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมือง อินเทอร์ลาเคน (Interlaken) (ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เป็นหนึ่งในเมืองยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ถูกขนาบข้างด้วยสองทะเลสาบเบรียนซ์ และทูน ที่มาของชื่อ อินเทอร์ลาเคน มีความหมายว่า “เมืองระหว่างสองทะเลสาบ” มีภาพของยอดเขาจุงฟราวเป็นฉากหลัง อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งการพักผ่อน สัมผัสบรรยากาศอันบริสุทธิ์ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และคึกคักตลอดปี มีบรรยากาศที่เงียบสงบ และประกอบไปด้วยอาคารโบราณจากยุคศตวรรษที่ 19 ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้สไตล์สวิสชาเล่ต์ ในย่านถนนโฮอีเวก ศูนย์กลางการช้อปปิ้งในอินเทอร์ลาเก้น และยังเป็นที่ตั้งของเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่ยอดเขาจุงฟราวที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาแอลป์ฉายา “Top of Europe”

 ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel du Nord, Interlaken หรือเทียบเท่า

https://www.hotel-dunord.ch/en

วันที่หก

อินเทอร์ลาเคน – ยอดเขาจุงฟราว – บาเซล

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดอร์วาลกรุน (Grindelwald Grund) (ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเขาจุงฟราว โดยเมื่อปี ค.ศ. 2001 ยูเนสโก้ประกาศให้เขาจุงฟราวเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำท่านนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของสวิส แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ชีเด็ก(Kleine Scheidegg) ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงฟราวที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,454 เมตร ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “Top of Europe” จนถึงสถานีจุงฟราว (Jungfraujoch) ชมวิวที่สวยงาม และสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนสถานีตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ Sphinx แล้วนำชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่ได้รับการขุดเจาะ และตกแต่งไว้อย่างงดงาม หรือเล่นหิมะบนลานสกี ก่อนให้เวลาเดินเล่นสบายๆ หรือซื้อไปรษณียบัตรส่งกลับบ้านจาก “Top of Europe”

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองบนยอดเขา

บ่าย             จากนั้นอิสระให้ท่านเก็บภาพที่ระลึกบนลานกว้างที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน จนถึงเวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับโดยใช้เส้นทางที่สุดแสนโรแมนติกอีกเส้นหนึ่ง นำท่านเดินทางกลับลงจากยอดเขา แวะเปลี่ยนรถไฟที่ สถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine Scheidegg) เดินทางสู่ เมืองเลาเทอร์บรุนเนน (Lauterbrunnen) หมู่บ้านเล็กๆ ในรัฐเบิร์น ตั้งอยู่กลางหุบเขาสูงชัน โดยมีฉากหลังของหมู่บ้านเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดชื่อว่า ชเตาบ์บาค (Staubbach) ที่ไหลดิ่งลงมาจากหน้าผาหินสูงชัน นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาเซล (Basel) (ระยะทาง 160 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เมืองชายแดนสามประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ 

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารอาหารไทย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel City Hotel, Basel หรือเทียบเท่า

https://www.accorhotels.com/gb/hotel-8215-novotel-basel-city/index.shtml

วันที่เจ็ด

บาเซล – นั่งรถไฟด่วน (TGV) – ปารีส (ฝรั่งเศส) – ชมประตูชัย – จัตุรัสคองคอร์ด – พิพิธภัณฑ์ลุฟร์ (ด้านนอก) – หอไอเฟล – มหาวิหารซาเครเกอร์ – ล่องเรือแม่น้ำแซนพร้อมรับประทานอาหารค่ำบนเรือ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่าน นั่งรถไฟด่วน (TGV) รอบเช้าจากเมืองบาเซล สู่ เมืองปารีส (ประมาณ 3 ชม.) กระเป๋าใหญ่รถบัสนำไปส่งที่โรงแรมในปารีส นำท่านชมนครปารีสนครหลวงที่สุดแสน โรแมนติก ชมประตูชัย (ARC DE TRIOMPHE) ของพระเจ้านโปเลียนอาร์ค เดอทริออม ถนนชองเชลิเช (CHAMPS ELYSEES) ถนนที่มีต้นไม้เรียงรายทั้งสองข้างทางอย่างน่าเดินเล่นต้นแบบถนนราชดำเนิน นำท่านผ่านชม จตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ซึ่งออกแบบโดยเลอโนตร (Le Notre) สถาปนิกผู้ริเริ่มสร้างเมืองแวร์ซายส์ให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ชวนให้ระลึกถึงการปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส ใกล้กันเป็นสวนตุยเลอลีส์ สวนแบบฝรั่งเศสที่ออกแบบไว้อย่างงดงาม จากนั้นนำท่านถ่ายภาพกับ พิพิธภัณฑ์ลุฟร์ (LOUVRE MUSEUM) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ คาเปเทียง ตัวอาคารเดิมทีเคยเป็นพระราชวัง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดง และเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อาทิ ภาพโมนาลิซ่าตัวจริง วีนัสตัวจริง มัมมี่จากอียิปต์ และงานศิลปะอีกกว่าสามแสนชิ้น

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย             นําท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ หอไอเฟล (Eiffel Tower) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นของประเทศฝรั่งเศลสูงตระหง่านด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นใน ปีค.ศ.1889 ที่บริเวณ จัตุรัสทรอคคาเดโร่ (Trocadéro) นำท่านเดินทางสู่ ย่านมงต์มาตร์ (Montmartre) เป็นย่านสำคัญอีกแห่งของเมืองปารีส อยู่สุดเขตทางเหนือของปารีส มีลักษณะเป็นเนินเขาสูง 130 เมตร เป็นที่พำนักของชุมชนชาวปารีเซียมายาวนาน รวมถึงยังเป็นจุดกำเนิดผลงานด้านศิลปะของศิลปินมากมายแห่งของเมืองปารีสในอดีต นำท่านชม มหาวิหารซาเครเกอร์ (Sacré-Cœur) หรือมหาวิหารแห่งพระหฤทัย ความสูง 83 เมตร ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ตั้งอยู่บนเนิน มงมาทร์ หรือเรียกอีกชื่อว่า ภูเขาแห่งผู้พลีชีพในศาสนา ภายในโบสถ์ยังมีภาพโมเสกที่ใหญ่ที่สุดโลก รวมถึงไปร์ออแกนขนาดใหญ่ของโบสถ์ที่ถูกสร้างโดย อริสทิด คาวาเย คอลต์ ประติมากรรมของมหาวิหารซาเครเกอร์จะเป็นการก่อสร้างสไตล์บาเซนไท ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ มีทัศนียภาพที่สวยงาม นำท่าน ล่องเรือชมแม่น้ำแซน ชมความสวยงามของสองฝากฝั่งแม่น้ำแซน ซึ่งระหว่างทางจะผ่านสถานที่สำคัญๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ลุฟร์, หอไอเฟล, โบราณสถาน และอาคาร ที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์อีกหลายแห่ง

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง **พิเศษ!! ดินเนอร์บนเรือชมบรรยากาศสุดโรแมนติกของสองฝากฝั่งแม่น้ำแซนที่ทุกท่านต้องหลงใหล และประทับใจไม่ลืม

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Radisson Blu Hotel, Paris Boulogne หรือเทียบเท่า

www.radissonblu.com/en/

วันที่แปด

ปารีส – เข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ – ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (ที่ได้ชื่อว่างดงามวิจิตรบรรจงที่สุดในยุโรป ซึ่งสร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ชมพลับพลาที่ท้องพระโรงห้องพระบรรทมพระราชินี และห้องต่างๆ ที่วิจิตรงดงามด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังศิลปวัตถุล้ำค่ารวมถึงเฟอร์นิเจอร์มากมาย ที่เป็นต้นแบบเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ที่โด่งดังไปทั่วโลก ชม ห้องประวัติศาสตร์ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ ที่เยอรมนียอมลงนามในสนธิสัญญาสงบศึกเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

บ่าย           อิสระช้อปปิ้ง ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette)  ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ และมีชื่อเสียงมากที่สุดในฝรั่งเศส แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอางค์ชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมกว่า 50 ยี่ห้อ อาทิ Burberry, Lowe, Dolce & Gabbana, Gucci, Louis Vuitton และ Longchamp เป็นต้น

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง **พิเศษ!! ลิ้มรสเมนูหอยเอสคาร์โก้ และเป็ดฝรั่งเศส

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Radisson Blu Hotel, Paris Boulogne หรือเทียบเท่า

www.radissonblu.com/en/

วันที่เก้า

ปารีส – กรุงเทพฯ >> TG 931 ( 12.30 – 06.00+1 )

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านเดินทางสู่ สนามบินชาร์ลเดอโกล ประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี

12.30 น.        ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 931

วันที่สิบ

กรุงเทพฯ

06.00 น.       เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และเส้นทางตามที่ระบุไว้ในรายการเท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง พร้อมคนขับ และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ชม./วัน
  • ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป 1 ท่าน
  • ค่า Coach Tax และค่าภาษีผ่านเข้าเมืองต่างๆ
  • ค่าทิปพนักงานขับรถ โดยเฉลี่ย 2 ยูโร /ท่าน /วัน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่า (กลุ่มเชงเก้นวีซ่า) พร้อมค่าประกันสุขภาพ ค่าธรรมเนียมวีซ่าทางสถานทูตไม่คืนให้ท่านไม่ว่าท่านจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ก็ตาม
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2-3 ท่านเท่านั้น พร้อมอาหารเช้า โรงแรมส่วนใหญ่ในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำและราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลเทรดแฟร์ หรือ การประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมืองโดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,500,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยใน วงเงินท่านละ 2,000,000 บาท ของบริษัทประกันภัยนิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ จำกัด
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ + หมอนรองคอ

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัม ต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมใดๆ จากสายการบิน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่าน ตามความเป็นจริง

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัด ที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 กก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 กก. และมีความกว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์