ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

17 – 23 OCT’19 BY TG ราคา : 65,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J13_11) PKG HOKKAIDO HOKADATE AUTUMN 7D 5N

PKG HOKKAIDO HAKODATE AUTUMN 7D 5N

ttt

65,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

ตุลาคม | 17 - 23
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ – สนามบินชิโตเซ่

20.00 น.         คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

23.45 น.           ออกเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670

วันที่สอง

สนามบินชิโตเซ่ – โนโบริเบทสึ – กระเช้าไฟฟ้าโนโบริเบ็ทสึ – ฟาร์มหมีสีน้ำตาล – นิกเซ่มารีน พาร์ค– หุบเขานรกจิโกกุดานิ – ออนเซ็น

08.30 น.         เดินทางถึง สนามบินชิโตเซ่ เมืองซัปโปโร หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ เพื่อนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่ ฟาร์มหมีโนโบริเบทสึ ชมหมีสายพันธุ์พื้นเมืองฮอกไกโดไม่ว่าจะเป็นหมีสีน้ำตาลหรือหมีดำมากกว่า 100 ตัว โดยเฉพาะหมีสีน้ำตาลที่หาได้ยากในปัจจุบันที่พบได้ที่เกาะฮอกไกโด เกาะซาคาริน และหมู่เกาะคูรินเท่านั้น ซึ่งท่านจะได้พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ เช่น โชว์หมี โล้ชิงช้า ให้อาหารหมีอย่างใกล้ชิดโดยมีเพียงกระจกกั้นระหว่างท่านและหมีตัวใหญ่ที่คอย โบกไม้โบกมือเรียกร้องความสนใจ และร่วมสนุกกับการทายผลการแข่งวิ่งเป็ด เป็นต้น จากนั้นนำท่านไปยัง นิกเซ่มารีนพาร์ค เพื่อชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซึ่งท่านพบกับขบวนพาเหรดนกเพนกวินที่น่ารักอย่างใกล้ชิดแค่มือเอื้อม ชมโชว์แมวน้ำและโชว์ปลาโลมา นอกเหนือจากนั้นท่านยังจะได้รับความเพลิดเพลินจากปลาซาร์ดีนนับหมื่นตัวที่ว่ายวนอยู่ในแท็งก์กระจก ซึ่งการว่ายไปในทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงนั้นหาดูได้ยากในอควาเรียมทั่วไป ท่านยังจะได้เข้าอุโมงค์ใต้น้ำเพื่อดูปลาฉลามและสัตว์ทะเลอนุรักษ์ที่หายาก เช่น ปลาหมึกยักษ์ เต่าทะเล ม้าน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ จิโกกุดานิ ซึ่งมีความหมายว่าหุบผานรก หุบผานรกแห่งนี้เกิดจากภูเขาไฟซึ่งยังไม่ดับ จึงก่อให้เกิดน้ำพุร้อน และบ่อโคลนเดือดตามธรรมชาติอุดมไปด้วยแร่กำมะถันซึ่งเกิดจากความร้อนใต้พิภพ บริเวณด้านบนของผิวดินจะมีแร่กำมะถันสีเหลืองเป็นจำนวนมาก ท่านจะเห็นควันที่เกิดจากความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินตลอดเวลา ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NOBORIBETSU MAHOROBA HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.h-mahoroba.jp

คํ่า                รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ** เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สาม

โนโบริเบทสึ – ฮาโกดาเตะ – หอคอยโกะเรียวคะคุ – โมโตมาชิ – โกดังอิฐแดง – จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (รถบัส) – ออนเซ็น

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮาโกดาเตะ เพื่อชม หอคอยโกะเรียวคะคุ (ชมป้อมโกะเรียวคะคุ) ซึ่งโกะเรียวคะคุเป็นป้อมปราการแบบตะวันตกที่สร้างเสร็จเมื่อ 150 ปี มาแล้ว โดยวิวมุมกว้างอันงดงามของป้อมปราการรูปดาวและคูป้อมโดยรอบจะปรากฏแก่สายตาของผู้ชมจากลานสังเกตการณ์ของหอคอยโกเรียวคะคุที่มีความสูง 107 เมตร ซึ่งอยู่ติดกับตัวป้อม และคูป้อมรายล้อมไปด้วยต้นซากุระกว่า 1,600 ต้น ทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิหอคอยโกะเรียวคะคุกลายเป็นจุดชมซากุระลำดับต้นๆ ของฮอกไกโด ในฤดูร้อนคูป้อมรายล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่ม ซึ่งเปลี่ยนเป็นสีสันจากใบไม้สีแดงสดในฤดูใบไม้ร่วงก่อนจะถูกปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว ทำให้เกิดเป็นทิวทัศน์ที่งดงามเกินบรรยายในทุกๆ ฤดูกาล

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านสู่ โมโตะมาชิ ที่แห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามไม่เหมือนใคร ด้วยลักษณะถนนที่เป็นเนินทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของท่าเรือและสถาปัตยกรรมตะวันตก เช่น โบสถ์ต่างชาติและอาคารกงสุลเก่าแก่ได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านชม โกดังอิฐแดง สร้างตามแบบตะวันตกด้วยอิฐแดง แต่เดิมที่แห่งนี้เป็นโกดังของพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่สร้างเอาไว้เก็บสินค้าจากท่าเรือฮาโกดาเตะ แต่ปัจจุบันโกดังจำนวน 5 หลัง ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร้านค้าของที่ระลึก ร้านอาหาร โรงเบียร์ และอื่น ๆ หลังจากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าไปยัง จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (รถบัส) *** หมายเหตุ : กระเช้าไฟฟ้าปิดซ่อมแซมประจำปี ตั้งแต่วันที่ 16-27 ตุลาคม 2562 *** เป็นภูเขาที่สูง 334 เมตร วิวจากยอดเขาฮาโกดาเตะที่มองกลับลงมายังท่าเรือและตัวเมืองที่โอบล้อมด้วยทะเลทั้งสองข้างในยามค่ำคืนนั้นนับว่าสวยงามแปลกตาและว่ากันว่าเป็นวิวกลางคืนที่สวยงามที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HEISEIKAN KAIYOTEI HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.kaiyo-tei.com/

คํ่า              รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ** เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สี่

ฮาโกดาเตะ – ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ – ทะเลสาบโทยะ – โอตารุ – คลองโอตารุ – นาฬิกาไอน้ำโบราณ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – โจซังเค – ออนเซ็น

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านไปยัง ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ เป็นตลาดเช้าที่เปิดตั้งแต่ตีห้าถึงเที่ยง ในตลาดจะจำหน่ายอาหารทะเลสด เช่น ปู ไข่ปลาแซลม่อน หอยเม่น และผลไม้ เป็นต้น

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ เพื่อชม คลองโอตารุ ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณค.ศ.1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟูคลองนี้เคยถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าว ให้ท่านถ่ายรูปกับวิวคลองซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์ของเมืองและเดินเล่นตามอัธยาศัย และแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ นาฬิกาไอน้ำโบราณ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น ซึ่งนาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังทุกๆ 15 นาที หลังจากนั้นนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี เป็นอาคารเก่าแก่สองชั้นที่ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดงแต่โครงสร้างภายในทำจากไม้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 ปัจจุบันนับเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชาติ **สำหรับท่านใดสนใจที่จะทำกล่องดนตรีที่มีอันเดียวในโลกด้วยฝีมือของท่านเอง สามารถเลือกกล่องเพลงและตุ๊กตาประดับต่างๆ หลากหลายแบบตามใจชอบ เพื่อที่ท่านจะได้เก็บความประทับใจใส่ลงในกล่องดนตรีและเป็นของที่ระลึกจากเมืองโอตารุ (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)** จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโจซังเค

นำท่านเข้าสู่ที่พัก JOZANKEI GRAND HOTEL ZUIEN หรือเทียบเท่า

https://www.granj.co.jp/

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่ห้า

โจซังเค – สะพานแขวนฟุตามิ – สะพานโจซังเค – ฟาร์มโจซังเค (เก็บแอปเปิ้ล) – หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ (ด้านใน) – ศาลเจ้าฮอกไกโด

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเที่ยวชม สะพานแขวนฟุตามิ เป็นสะพานไม้สีแดงที่ทอดข้ามแม่น้ำโทโยฮิระ อีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยและห้ามพลาดของเกาะฮอกไกโด จากนั้นเดินทางไปยัง สะพานโจซังเค เพื่อถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองโจซังเคพร้อมกับเที่ยวชมความงามสะพานแดงโกยามะบนแม่น้ำโทโยฮิร่าที่มีบ้านเรือนรายล้อมท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี ต่อจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฟาร์มโจซังเค เพื่อเก็บแอปเปิ้ล (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายในโจซังเค เป็นแหล่งออนเซ็นอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติภายในเมืองซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด โดยมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 21 เฮกเตอร์เป็นอันดับ 1–2 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ที่นี่เป็นแหล่งเก็บเกี่ยวผลไม้มากมายหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเชอร์รี่, สตรอเบอร์รี่, องุ่น, แอปเปิ้ล, ลูกพรุน และลูกพลัม เป็นต้น

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านชม หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ (ด้านใน) เป็นแหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ซึ่งที่แห่งนี้ดูคลาสสิคและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือ Shiroi Koibit ซึ่งมีความหมายว่า ช็อกโกแลตขาวของคนรัก ท่านสามารถเลือกซื้อกลับไปให้คนที่ท่านรักทานหรือว่าซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน จากนั้นนำท่านสู่ ศาลเจ้าฮอกไกโด เป็นศาลเจ้าลัทธิชินโต ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะมะรุยะมะ เดิมชื่อศาลเจ้าซัปโปโร ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศาลเจ้าฮอกไกโด” เพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะเมืองฮอกไกโดที่มีศาลเจ้าชินโตนี้คอยปกปักษ์รักษาให้ชนชาวเกาะฮอกไกโดมีความสงบสุข ถึงแม้จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเก่าแก่นับพันปี แต่ที่นี่ก็เป็นที่สำหรับให้คนท้องถิ่นได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

**พิเศษ! ให้ท่านได้เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารทะเลสดใหม่ของฮอกไกโด อาทิเช่น ปูยักษ์ 3 ชนิด กุ้ง หอยเชลล์ ปลา ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู ไก่ วัว และเครื่องดื่มซอฟดริ้ง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KEIO PLAZA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/english/

**หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด**

วันที่หก

ซัปโปโร – ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) – หอนาฬิกา (ผ่านชม) – ถนนสายแปะก๊วย (Hokkaido University) – พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (ฟรีเบียร์ท่านละ 1 แก้ว) – ช้อปปิ้งทานุกิ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านชม ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร๊อคอเมริกาที่สร้างด้วยอิฐสีแดงทั้งหลัง โดยลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อน โดยตึกแดงหลังนี้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี ค.ศ.1886 และใช้ต่อเนื่องยาวมานานถึง 80 ปี ก่อนที่จะย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นอาคารสูง 10 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกแดงหลังนี้ ในปัจจุบันอาคารเก่าที่ยังงดงามอยู่นั้น ได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ.1911 ต่อมานำท่านผ่านชม หอนาฬิกา ซึ่งมีความเก่าแก่มากจนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1878 อาคารแรกเริ่มเดิมทีใช้เป็นที่ฝึกงานของวิทยาลัยการเกษตรฮอกไกโด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ในปัจจุบันแล้วสร้างหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1881 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรง ด้วยความเก่าแก่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานาน จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาติ จากนั้นนำท่านสู่ ถนนสายแปะก๊วย (Hokkaido University) นอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาแล้ว ที่นี่ยังเปิดให้ชาวเมืองฮอกไกโด รวมถึงนักท่องเที่ยวได้เข้าไปเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ตลอดทางเดินประมาณ 6 กิโลเมตร จะเต็มไปด้วยความสวยงามและโรแมนติก ไม่ว่าจะเป็นอาคารเรียนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเมจิ สนามหญ้า แนวต้นไม้ตอลดทางเดินในมหาวิทยาลัย ทำให้การเดินในมหาวิทยาลัยนั้นไม่น่าเบื่อเลยทีเดียว

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย             นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร เบียร์ซัปโปโรเป็นเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นและยังคงเป็นเบียร์ที่ได้รับความนิยมมากอีกด้วย ซึ่งตึกของโรงงานสร้างด้วยอิฐสีแดง ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งนี้ได้เปิดให้ชมประวัติความเป็นมา และขั้นตอนการผลิตเบียร์เพื่อจะออกมา  เป็นสินค้าเพื่อจัดจำหน่าย (พิเศษ! ให้ท่านได้ลิ้มรสเบียร์ฮอกไกโดแบบต้นตำรับท่านละ 1 แก้ว) จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งย่านทานุกิ ย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเมือง โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 บล็อก ภายในนอกจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน, เครื่องดนตรี, วิดีโอ, โรงภาพยนตร์ยังมีร้านอาหารมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่นด้วย เนื่องจากมีเกมส์เซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตา ที่ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าทานุกิเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1973 ให้ท่านได้สักการะอีกด้วย

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KEIO PLAZA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/english/

**หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด**

วันที่เจ็ด

ซัปโปโร – สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                  ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินชิโตเซ่ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

10.30 น.         ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 671

15.30 น.         เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และ เส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2-3 ท่านเท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์