ทัวร์ญี่ปุ่นโปรแกรมทัวร์

05 – 10 SEP’19 BY TG ราคา : 54,900.-
ทัวร์ญี่ปุ่น | (J13_10) PKG HOKKAIDO HAKODATE 6D 4N

PKG HOKKAIDO HAKODATE 6D 4N

ttt

54,900.-

ราคารวมทุกอย่างแล้ว

กันยายน | 05 - 10
สิทธิพิเศษ
  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร เมื่อชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต Visa / Master 
    (ยกเว้น American Express)
  • ผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน (บัตรเครดิต UOB)
ทำไมต้องเดินทางกับ PKG ?

ภาพรวมเส้นทาง

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก

กรุงเทพฯ – สนามบินชิโตเซ่

19.30 น.       คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

23.45 น.        ออกเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670

วันที่สอง

สนามบินชิโตเซ่ – โนโบริเบทสึ – แซลม่อนอควาเรี่ยม – นิกเซ่ มารีนพาร์ค – จิโกกุดานิ – ถนนสายออนเซ็น – ออนเซ็น

08.30 น.      เดินทางถึง สนามบินชิโตเซ่ เมืองซัปโปโร หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

                จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แซลม่อนอควาเรี่ยม ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชิโตเซ่ นอกจากจะกว้างใหญ่และมีชีวิตชีวา ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสารคดีผ่านจอมอนิเตอร์อธิบายชีวิตเชิงนิเวศน์อันน่าพิศวงของปลาแซลม่อน และพลาดไม่ได้กับการชมวิถีชีวิตของปลาแซลม่อนอย่างใกล้ชิดจากกำแพงกระจกใต้น้ำของแม่น้ำชิโตเซ่ที่หาชมได้ยาก ท่านจะได้ชมวงจรชีวิตของปลาแซลม่อนตั้งแต่เป็นไข่จนถึงโตเต็มวัย

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ นิกเซ่มารีนพาร์ค เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำพบกับขบวนพาเหรดนกเพนกวินที่น่ารักอย่างใกล้ชิด พร้อมชมโชว์แมวน้ำและโชว์ปลาโลมา นอกเหนือจากนั้นท่านยังจะได้รับความเพลิดเพลินจากปลาซาร์ดีนนับหมื่นตัวที่ว่ายวนอยู่ในแท็งก์กระจก โดยความสวยงามอยู่ตรงที่สีเงินเลื่อมของปลาตัดกับน้ำสีน้ำเงิน ซึ่งการว่ายไปในทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงนั้น หาดูได้ยากในอควาเรียมทั่วไป โดยเฉพาะโชว์การให้อาหารปลา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ท่านไม่เคยสัมผัสมาก่อนแน่นอน ท่านจะได้เข้าอุโมงค์ใต้น้ำเพื่อดูปลาฉลามและสัตว์ทะเลอนุรักษ์ที่หายาก เช่น ปลาหมึกยักษ์ เต่าทะเล ม้าน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย

                นำท่านเดินทางสู่ จิโกกุดานิ ซึ่งมีความหมายว่าหุบผานรก หุบผานรกแห่งนี้เกิดจากภูเขาไฟซึ่งยังไม่ดับจึงก่อให้เกิดน้ำพุร้อน และบ่อโคลนเดือดตามธรรมชาติ อุดมไปด้วยแร่กำมะถัน ซึ่งเกิดจากความร้อนใต้พิภพบริเวณด้านบนของผิวดินจะมีแร่กำมะถันสีเหลืองเป็นจำนวนมาก ท่านจะเห็นควันที่เกิดจากความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินตลอดเวลา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฮาโกดาเตะ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NOBORIBETSU MAHOROBA HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.h-mahoroba.jp/

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม **เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวล และยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

*** หลังจากรับประทานอาหารแล้วให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ โดยการแต่งชุดยูกาตะเดินเล่นบนถนนสายออนเซ็น อิสระให้ท่านเลือกซื้อฝากของที่ระลึก และที่พลาดไม่ได้กับการชมศาลเจ้า King Enma Shrine ราชาแห่งนรก (King of Hell) ที่มีการเปลี่ยนหน้าให้ชมเป็นรอบเวลา

วันที่สาม

ฮาโกดาเตะ – หอคอยโกะเรียวคะคุ – โมโตมาชิ – โกดังอิฐแดง – จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (นั่งกระเช้าไฟฟ้า) – ถนนสายออนเซ็น – ออนเซ็น

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

               นำท่านเดินทางสู่ หอคอย โกะเรียวคะคุ (ชมป้อมโกะเรียวคะคุ) เป็นป้อมปราการแบบตะวันตกที่สร้างเสร็จเมื่อ 150 ปีมาแล้ว หอคอยโกเรียวคะคุที่มีความสูง 107 เมตร ซึ่งอยู่ติดกับตัวป้อม คูป้อม รายล้อมไปด้วยต้นซากุระกว่า 1,600 ต้น ทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นจุดชมซากุระลำดับต้นๆ ของฮอกไกโด ในฤดูร้อนคูป้อม รายล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่ม ซึ่งเปลี่ยนเป็นสีสันเจิดจ้าจากใบไม้สีแดงสดในฤดูใบไม้ร่วง ก่อนจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ ในฤดูหนาว เกิดเป็นทิวทัศน์ที่งดงามเกินบรรยายในทุกๆ ฤดูกาล

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           นำท่านเดินทางสู่ โมโตะมาชิ ที่นี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามไม่เหมือนใคร ด้วยลักษณะถนนที่เป็นเนินทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของท่าเรือ และสถาปัตยกรรมตะวันตก เช่น โบสถ์ต่างชาติและอาคารกงสุลเก่าแก่ได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านชม โกดังอิฐแดง (Red Brick Warehouse) สร้างตามแบบตะวันตกด้วยอิฐแดง แต่เดิมที่แห่งนี้เป็นโกดังของพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่สร้างเอาไว้เก็บสินค้าจากท่าเรือฮาโกดาเตะ แต่ปัจจุบันโกดังจำนวน 5 หลัง ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร้านค้าของที่ระลึก, ร้านอาหาร, โรงเบียร์ และอื่นๆ จากนั้นนำท่านไปยัง จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (นั่งกระเช้าไฟฟ้า) ภูเขาที่สูง 334 เมตร วิวจากยอดเขาฮาโกดาเตะที่มองกลับลงมายังท่าเรือ และตัวเมืองที่โอบล้อมด้วยทะเลทั้งสองข้างในยามค่ำคืนนั้น นับว่าสวยงามแปลกตา และว่ากันว่าเป็นวิวกลางคืนที่สวยงามที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นเลย **หมายเหตุ : กระเช้าจะไม่สามารถให้บริการได้ภายใต้สภาวะอากาศที่ลมแรง ฝนตกหนัก เนื่องจากไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการคืนเงินค่าบริการ**

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HEISEIKAN KAIYOTEL HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.kaiyo-tei.com/

คํ่า              รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม **เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

---- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวล และยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น ----

วันที่สี่

ฮาโกดาเตะ – ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ – ฟาร์มหมีโนโบริเบทสึ – โอตารุ – คลองโอตารุ – นาฬิกาไอน้ำโบราณ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านเดินทางสู่ ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ เป็นตลาดเช้าที่เปิดตั้งแต่ตีห้าถึงเที่ยงในตลาดจำหน่ายอาหารทะเลสด เช่น ปู, ไข่ปลาแซลม่อน และหอยเม่น พร้อมทั้งผลไม้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฟาร์มหมีโนโบริเบทสึ ชมหมีสายพันธุ์พื้นเมืองฮอกไกโด มีหมีสีน้ำตาลหรือหมีดำมากกว่า 100 ตัว โดยเฉพาะหมีสีน้ำตาลที่หาได้ยากในปัจจุบัน ที่พบได้ที่เกาะฮอกไกโด, เกาะซาคาริน และหมู่เกาะคูรินเท่านั้น พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ เช่น โชว์หมีโล้ชิงช้าให้อาหารหมีอย่างใกล้ชิดโดยมีเพียงกระจกกั้น และหมีตัวใหญ่ที่คอยโบกไม้โบกมือเรียกร้องความสนใจ และร่วมสนุกกับการทายผลการแข่งวิ่งเป็ด

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ นำท่านชม คลองโอตารุ ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ปี ค.ศ. 1920 ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าว ให้ท่านถ่ายรูปกับวิวคลองซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์ของเมือง และให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย จากนั้นพาท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ นาฬิกาไอน้ำโบราณ  ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้นนาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำ ประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที นำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี อาคารเก่าแก่สองชั้นที่ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดงแต่โครงสร้างภายในทำจากไม้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 ปัจจุบันนับเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชาติ สำหรับท่านใดสนใจที่จะทำกล่องดนตรีที่มีอันเดียวในโลกด้วยฝีมือของท่านเอง ท่านสามารถเลือกกล่องเพลง และตุ๊กตาประดับต่างๆ หลากหลายแบบตามใจชอบ เพื่อที่ท่านจะได้เก็บความประทับใจใส่ลงในกล่องดนตรีและเป็นของที่ระลึกจากเมืองโอตารุ

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก GRAND PARK OTARU HOTEL หรือเทียบเท่า

https://grandparkotaru.com/

วันที่ห้า

โอตารุ – หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ (ด้านนอก) – ศาลเจ้าฮอกไกโด – ทำเนียบรัฐบาลเก่า – หอนาฬิกา (ผ่านชม) – ย่านทานุกิ

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ แหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นที่นี่ดูคลาสสิค และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือ Shiroi Koibito ซึ่งมีความหมายว่า ช็อกโกแลตขาวของคนรัก ท่านสามารถเลือกซื้อกลับไปให้ คนที่ท่านรักเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน จากนั้นนำท่านสู่ ศาลเจ้าฮอกไกโด ลัทธิชินโต ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะมะรุยะมะ เดิมชื่อศาลเจ้าซัปโปโร เพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะเมืองฮอกไกโดคอยปกปักษ์รักษาให้ชนชาวเกาะฮอกไกโดมีความสงบสุข ถึงแม้ไม่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเก่าแก่นับพันปี แต่ที่นี่ก็เป็นที่สำหรับให้คนในท้องถิ่นได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร **พิเศษ! ให้ท่านได้เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารทะเลสดใหม่ของฮอกไกโด อาทิ ปูยักษ์ 3 ชนิดกุ้ง หอยเชลล์ ปลา ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู ไก่ วัว และเครื่องดื่มซอฟดริ้ง

บ่าย             นำท่านชม ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร๊อคอเมริกาที่สร้างด้วยอิฐสีแดงทั้งหลัง โดยลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อน ตึกแดงหลังนี้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี ค.ศ.1886 และใช้ต่อเนื่องยาวมานานถึง 80 ปี ก่อนที่จะย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นอาคารสูง 10 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกแดงหลังนี้ ในปัจจุบันอาคารเก่ายังคงงดงามอยู่ และได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ.1911 นำท่านผ่านชม หอนาฬิกา ซึ่งมีความเก่าแก่มากจนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ ปี ค.ศ.1878 อาคารแรกเริ่มเดิมทีใช้เป็นที่ฝึกงานของวิทยาลัยการเกษตรฮอกไกโด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ในปัจจุบันสร้างหอนาฬิกา และมีระฆังตีบอกเวลามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1881 ด้วยความเก่าแก่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานาน จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาติ

                นำท่านช้อปปิ้ง ย่านทานุกิ เป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเมือง โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 บล็อก จะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน, เครื่องดนตรี, วิดีโอ, โรงภาพยนตร์ และร้านอาหาร ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่น เนื่องจากมีเกมเซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตามากมาย นอกจากนั้นที่นี้ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีศาลเจ้าทานุกิเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1973

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัย

ท่านเข้าสู่ที่พัก KIEO PLAZA SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/

หมายเหตุ : สำหรับลูกค้าที่ต้องการพักห้องแบบเตียงใหญ่นอน 2 คน (DBL) จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 2,500 บาท ต่อห้อง/ต่อคืน และห้องมีจำนวนจำกัด

วันที่หก

ซัปโปโร – สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                 ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ สนามบินชิโตเซ่ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

10.30 น.        ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 671

15.30 น.        เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) สายการบิน และ เส้นทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าภาษีสนามบินและภาษีน้ำมัน ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มในภายหลัง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง
  • ค่าพาหนะรับ-ส่ง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามรายการที่ระบุไว้เท่านั้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการหรือเทียบเท่า ห้องพักห้องละ 2-3 ท่านเท่านั้น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 500,000 บาท ของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทางไปกลับพร้อมลูกค้า 1 ท่าน
  • สมนาคุณทุกท่านด้วยกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ
  • บริการน้ำดื่มบนรถบัสวันละ 1 ขวด

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือในรายการเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่ม และอาหารที่สั่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนดคือ 30 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสำหรับคนต่างด้าว

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป กรณีลูกค้าต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเขาไปแทรกแซงได้
  • และในกรณีลูกค้ายกเลิกการเดินทาง แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการออกตั๋วไปแล้วนั้น ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น กรุณาตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯว่าสามารถคืนค่าโดยสารได้หรือไม่
  • กรณีท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์ จะดำเนินได้ภายหลังจากออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวท่านเอง
  • ในกรณีที่ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ และต้องการเปลี่ยนตัวผู้เดินทางในกรณีนี้ทางบริษัทฯจะเช็คกับทางสายการบินก่อนว่าสามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารท่านอื่นแทนได้หรือไม่ กรณีถ้าสามารถเปลี่ยนได้จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการเปลี่ยนตั๋ว ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองทั้งหมด
  • ทางสายการบินไม่รับจองที่นั่ง (LONG LEG) ลูกค้าที่ประสงค์ที่นั่งตรงนี้ ทางลูกค้าต้องชี้แจงเหตุผลหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินด้วยตัวท่านเองในวันเดินทางที่สนามบิน
  • สายการบินไทยกำหนดให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 30 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้อยู่ในความดูแลของท่านน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. และมีความ กว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน (25 ซม. X 56 ซม. X 46 ซม.) หากท่านเดินทางด้วยสายการบินอื่น ต้องตรวจสอบเรื่องน้ำหนักและจำนวน สัมภาระอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่
  • การสะสมไมล์ของสายการบินไทย หากใช้ตั๋วโดยสารเป็นแบบหมู่คณะสามารถสะสมไมล์ได้ 50 % ส่วนสายการบินอื่นๆในเครือ STAR ALLIANCE ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้นๆกับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิ์ของสายการบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศ หรือสายการบินอื่น น้ำหนักกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ซึ่งผู้เดินทางสามารถตรวจสอบได้จากพนักงานด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาใส่หมายเลขสะสมไมล์ทุกครั้งที่กรอกรายละเอียดการจองทัวร์ที่ทางบริษัทฯส่งให้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง (กรุณาเก็บหางบัตรโดยสารทั้งขาไปและขากลับไว้เพื่อตรวจสอบกรณีท่านไม่ได้รับไมล์สะสม ท่านสามารถใช้หางบัตรโดยสารเพื่อยืนยันกับทางสายการบินได้)
Download : โปรแกรมทัวร์

จองโปรแกรมทัวร์